Posts Tagged ‘กรุงเทพมหานคร’

PORSCHE BOXSTER 2012

January 21st, 2012

PORSCHE BOXSTER 2012

Boxster Roadster Model 2012 สปอร์ตเปิดหลังคา เครื่องวางกลางรุ่นใหม่ล่าสุดของ Porsche มาถึงแล้ว…

อีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของ Porsche ที่ทำการเปลี่ยนโฉม Porsche Boxster รถสปอร์ตแบบโร้สเตอร์ หลังคาผ้าใบ เครื่องวางกลางลำตัวรุ่นใหม่ล่าสุดประจำปี 2012 เพื่อเข้าสู่เจเนอเรชั่นใหม่ของโมเดล Boxster รถยนต์เปิดประทุน 2 ที่นั่งคันนี้ ได้รับการปรับเปลี่ยนตัวถังใหม่ให้มีน้ำหนักที่เบาขึ้นกว่าเดิม เพื่อความสมบูรณ์แบบของสมรรถนะ ด้วยน้ำหนักที่เบาลงจากการเลือกใช้วัสดุฐานล้อถูกยืดให้ยาวขึ้นอีกเล็กน้อย ตัวรถกว้างขึ้นอีกนิดและมีล้อที่ใหญ่ขึ้น เพื่อเพิ่มเติมระดับของการยึดเกาะให้ดีขึ้นไปอีก ชุดกลไกบังคับเลี้ยวใช้ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EMPS – Electro-Mechanical Power Steering ที่ไม่กินกำลังของเครื่องยนต์ เนื่องจากไม่ต้องต่อพ่วงสายพานของชุดปั๊มพาวเวอร์พวงมาลัย ทำให้สปอร์ตคาร์เครื่องวางกลางคันนี้มีความคล่องตัวในการขับขี่สูงมาก เครื่องยนต์มีอัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำลง 15 เปอร์เซ็นต์ หรือมีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำกว่า 8 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับรุ่น) จากน้ำหนักตัวที่เบาลง และการออกแบบชุดหัวฉีดเชื้อเพลิงใหม่หมด ทำให้การปล่อยมลภาวะ และการใช้เชื้อเพลิงมีตัวเลขที่ดีขึ้น จากขั้นตอนของการพัฒนาและทดสอบก่อนขึ้นไลน์ผลิตจริง

รูปลักษณ์ของ Porsche Boxster รุ่นใหม่นั้น แตกต่างไปจากรุ่นเดิมแทบจะทุกชิ้นส่วน ไม่ว่าจะเป็นระยะยื่นจากล้อถึงปลายกันชนที่ถูกร่นให้สั้นลง ตัวรถแบนราบมากขึ้นเพื่อลดค่าสัมประสิทธิ์ แรงต้านทานของอากาศ ในขั้นตอนของการออกแบบตัวถังที่ต้องใช้อุโมงค์ลมในการสลัก ขัดเกลารูปลักษณ์ใหม่จนลงตัว กระจกบานหน้ามีมุมตั้งไปทางด้านหน้ามากขึ้น สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้รถมีความสง่างามและดุดันมากยิ่งขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นที่แล้ว โดยเฉพาะช่องรับอากาศเข้าไประบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ที่ด้านข้างตัวถัง บริเวณด้านหน้าของซุ้มล้อหลังที่ใช้รูปแบบของ Carrera GT ซุปเปอร์คาร์สมรรถนะสุดขั้วของ Porsche

ภายในห้องโดยสารแบบใหม่ล่าสุด ที่ใช้การเชื่อมโยงระหว่างผู้ขับขี่และตัวรถได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชุดกลไกของหลังคาผ้าใบพับเก็บได้ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ควบคุมการทำงานด้วยระบบเซนเซอร์อันปลอดภัย กางหรือพับเก็บหลังคาได้รวดเร็วกว่าเก่า ชุดหลังคาในตัวรถ Nerw Boxster มีน้ำหนักเบาจากการเลือกใช้วัสดุ การวางตำแหน่งของการพับที่ลงตัว แนวคิดภายในห้องโดยสารได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งทั้งสองที่ คอนโซล มาตรวัด ซุ้มเกียร์ จอมัลติฟังก์ชั่น แป้นคันเร่ง เบรก สวิตช์ หรือปุ่มสั่งงานต่างๆ ล้วนมุ่งเน้นอารมณ์การขับแบบสปอร์ต ห้องโดยสารมีพื้นที่มากขึ้นอีกเล็กน้อย คอนโซลกลางแบบใหม่ของ Porsche ที่ได้แนวคิดมาจากรุ่น Carrera GT วิศวกรของค่ายนี้พยายามพัฒนาให้ภายในห้องโดยสารของ New Boxster 2012 นั้น ถูกต้องตามหลักกลศาสตร์บวกสรีรศาสตร์มากยิ่งขึ้น ท่านั่งจมลึกแบบรถแข่ง เบาะหนังแท้ที่โอบล้อมตัวผู้โดยสาร พวงมาลัยสามก้านแบบใหม่ และจิตวิญญาณของสปอร์ตคาร์จากเยอรมนี ภายใต้สัญลักษณ์ม้าป่าจากเมืองสตุ๊ตการ์ท นี่คือจักรกลแห่งประวัติศาสตร์อีกคันของ Porsche ที่ออกขายในปี 2012

Boxster รุ่นปกติ และ Boxster S สะท้อนให้เห็นถึงความคลาสสิกของรถสปอร์ตจากค่ายนี้ได้เป็นอย่างดี ทั้งสองรุ่น วางเครื่องยนต์ 6 สูบนอนแบบ Boxer พร้อมด้วยระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรงหรือ Direct Petrol injection รวมถึงเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนแบบล่าสุดที่ถูกบรรจุลงไปในตัวรถรุ่นนี้ เช่น ระบบการดึงพลังงานกลับคืนหรือนำพลังงานในการเบรกกลับมาใช้ใหม่ Electrical System Recuperation ระบบการจัดการความร้อน Thermal management system และระบบสตาร์ต/หยุดอัตโนมัติ หรือ Auto start stop function รุ่นธรรมดาจะมีกำลังสูงสุด 265 แรงม้า หรือ 195 กิโลวัตต์ ซึ่งมาจากเครื่องยนต์ที่มีปริมาตรความจุ 2.7 ลิตร กำลังในรูปของแรงม้านั้น มากกว่ารุ่นเดิม 10 แรงม้า สำหรับรุ่น Boxster S วางเครื่องยนต์ 3.4 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุดที่ 315 แรงม้า หรือ 232 กิโลวัตต์ มากกว่ารุ่นเดิม 5 แรงม้า ทั้งสองรุ่นติดตั้งระบบส่งผ่านกำลังหรือระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะมาเป็นมาตรฐานให้กับรถ เจ้าของรถสามารถเลือกออปชั่นติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ 7 สปีด Porsche Doppelkupplungsgetriebe (PDK) เป็นอุปกรณ์เสริมได้ แต่ต้องควักกระเป๋าเพิ่มเงิน ทั้ง 2 รุ่นมีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดี และมีอัตราเร่งที่เหนือชั้นจากน้ำหนักตัวและรูปแบบที่เพรียวมากขึ้น หากติดตั้งระบบเกียร์ PDK อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงจะอยู่ประมาณ 7.7 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร สำหรับรุ่นธรรมดา และ 8.0 ลิตร/100 กม. สำหรับรุ่น Boxster S การเปลี่ยนเกียร์จะเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว และการส่งผ่านกำลังนั้นไม่มีอาการสะดุดของการไหลเวียนในรูปของแรงบิดทุกย่านรอบเครื่องยนต์ อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 5.7 วินาที สำหรับ Boxster รุ่นปกติ และ 5.0 วินาทีสำหรับรุ่น Boxster S

แพ็กเกจ Sport Chrono เจ้าของรถสามารถเลือกติดตั้งอุปกรณ์เสริมได้ในรูปแบบของออปชั่นพิเศษเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ และยังสามารถเลือกติดตั้งระบบควบคุมการกระจายแรงบิดไปยังแต่ละล้อ เพื่อสมรรถนะในการเกาะถนน หรือ Porsche Torque Vectoring PTV (มีติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน 911-Model 2012) ระบบที่ถูกพัฒนามาเพื่อความเป็นเลิศในการขับขี่ควบคุมรถ Porsche เฟืองท้ายที่อยู่ติดกับเพลาหลัง ช่วยให้การถ่ายเทแรงบิดจากเครื่องยนต์ เกียร์ ลงสู่พื้น มีความต่อเนื่อง ลื่นไหล และดีขึ้นกว่ารุ่นเก่า สำหรับประเทศไทย แฟนรถสปอร์ตเปิดหลังคาสามารถค้นหาหรือสอบถามเกี่ยวกับ Porsche Boxster ได้จาก บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิสจำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Porsche อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดยผู้ซื้อรถสปอร์ตเปิดหลังคาเครื่องวางกลางคันนี้ จะได้สิทธิ์การรับประกันจากโรงงาน Porsche เยอรมนี นาน 9 ปี.

Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom

CHEVROLET เปิดตัวรถสปอร์ตต้นแบบ 2 รุ่น

January 21st, 2012

CHEVROLET เปิดตัวรถสปอร์ตต้นแบบ 2 รุ่น

Chevrolet เปิดตัวรถสปอร์ตต้นแบบ 2 รุ่น ที่งานดีทรอยท์ ออโต้ โชว์ 2012 มุ่งเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเปิดโอกาสให้ร่วมแบ่งปันความคิดในการพัฒนายานยนต์ที่ลูกค้าสามารถเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนของการพัฒนาได้ …

Chevrolet มีจุดยืนในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมอันยอดเยี่ยมเพื่อคนทุกยุคสมัย” มาร์ก เรียส ประธานกรรมการ General Motor ในทวีปอเมริกาเหนือ กล่าวกับสื่อมวลชนในงานเปิดผ้าคุมรถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดว่า “รถต้นแบบทั้งสองรุ่นนี้ จะสะท้อนวิสัยทัศน์ของ Chevrolet ในการพัฒนายานยนต์เพื่อคนรุ่นใหม่ โดยบริษัทฯ กำลังมองหาความคิดเห็นจากลูกค้ารุ่นใหม่ของเรา รับฟังคำแนะนำจากพวกเขา และดึงให้มามีส่วนร่วมกับเราบนหนทางที่แตกต่างออกไป”

จากผลสำรวจประชากรของสหรัฐฯ พบว่า มีชาวอเมริกันที่มีอายุอยู่ในช่วง 30 ปี อยู่ราว 80 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้คิดเป็นสัดส่วนถึง 40 เปอร์เซ็นต์ที่มีจะกำลังซื้อรถรวมทั้งหมดสูงถึง 1 ล้านล้านบาท ในช่วงปีที่ผ่านมา ค่าย Chevrolet มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับลูกค้าที่มีอายุน้อยทั่วสหรัฐอเมริกาอย่าง สม่ำเสมอ ก่อนที่ Chevrolet จะนำมาความคิดเหล่านั้นมาสร้างสรรค์ยานยนต์เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถผลิตรถสปอร์ตในแบบที่ลูกค้าต้องการได้

รถสปอร์ตต้นแบบของ Chevrolet คันแรกคือ Concept Car Code 130R ตัวถังเป็นแบบคูเป้ 4 ที่นั่ง พร้อมเส้นสายที่เรียบง่ายแต่เฉียบคม ร้อนแรงด้วยสีแดงเมทัลลิก ตัดกับล้ออัลลอยสีทองชุบผิวป้องกันรอยขีดข่วน ดีไซน์ภายนอกของ Code 130R ดุดันที่กระจังหน้าสองชั้นดูอัลพอร์ท ด้านข้างเน้นกลิ่นอายมอเตอร์สปอร์ตด้วยการประดับสัญลักษณ์ธงตราหมากรุกไขว้ เอกลักษณ์ของ Chevy

วิศวกรของ Chevrolet ทำการวิจัยเครื่องยนต์ของ Concept Car Code 130R ด้วยการทดลองติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ ถ่ายกำลังสู่ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ทำงานร่วมกับระบบอีแอซซิสต์ (eAssist technology) ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Hybrid ที่จะหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ขณะรถหยุด ชาร์จกำลังไฟขณะเบรก และให้อัตราเร่งที่นุ่มนวล ซึ่งเป็นแนวคิดการพัฒนารถสปอร์ตที่รักษาสมดุลระหว่างพละกำลังของเครื่องยนต์ เทอร์โบ และอัตราความประหยัดเชื้อเพลิง

ขณะที่รถต้นแบบแนวคิดอีกหนึ่งคันคือ Concept Car Tru 140S รถสปอร์ต 4 ที่นั่งขับเคลื่อนล้อหน้า ตัวถังแบบแฮทช์แบ็ก ออกแบบด้วยแนวคิด ซูเปอร์คาร์ที่จับต้องได้ ภายนอกใช้สีขาว พร้อมล้ออัลลอยโครเมียมที่ประทับตราธงไขว้ของเชฟโรเลตที่ดุมล้อ ดีไซน์ของ Tru 140S เน้นให้เห็นถึงความเชื่อมั่น หรูหรา รวดเร็ว และตื่นตาตื่นใจ ได้รับการพัฒนาบนแพลทฟอร์มเดียวกันกับ Chevrolet Cruze และ Chevrolet Volt รถพลังงานไฟฟ้าล้ำอนาคต

ภายในแผนกดีไซน์ยานยนต์ ต้นแบบ นักออกแบบของ Chevrolet ปรับแต่ง Concept Car Tru 140S โดยต้องการแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีที่มีเฉพาะในรถระดับพรีเมียมเท่านั้น ทั้งระบบหัวฉีดไดเรคอินเจคชั่น และเทคโนโลยี Stop/Start การทำงานของเครื่องยนต์ขณะขับขี่ ระบบเผาไหม้ที่สมดุล และระบบพลังงานไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน ให้ความคุ้มค่าสูงสุด รถต้นแบบทั้งสองรุ่น อัดแน่นด้วยความคิดสร้างสรรค์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการเห็นรถที่มีคุณสมบัติ ดังนี้

-สมรรถนะแบบรถสปอร์ตคูเป้ที่รองรับการใช้งานแบบรถซีดาน พร้อมเบาะ 4 ที่นั่ง

-หน้าจอดิสเพลย์ ทำงานร่วมกับเชฟโรเลต มายลิงค์ (MyLink) ระบบเชื่อมต่ออินโฟนเทนเมนท์ เข้ากับสมาร์ทโฟน

-ประหยัดเชื้อเพลิงในระดับ 17 กิโลเมตรต่อลิตร ด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ อีโคเทค 1.4 ลิตร 150 แรงม้า

-มีราคาต่ำกว่า 20,000 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 600,000 บาท)

แฟรงก์ เซาเซโด ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบ Advanced Design Studio GM ในทวีปอเมริกาเหนือ ณ นครลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นสำนักงานพัฒนารถต้นแบบทั้งสองรุ่น กล่าวว่า ลูกค้ารุ่นใหม่แสดงความต้องการรถที่รองรับการใช้งานได้หลากหลาย ด้วยรูปลักษณ์สปอร์ตแบบคูเป้ ซึ่งทั้ง Code 130R และ Tru 140S ตอบสนองความต้องการเหล่านั้น

รถต้นแบบทั้งสองรุ่น เน้นให้มีการเชื่อมต่อ และสามารถปรับการทำงานให้รองรับลักษณะการใช้งานที่แตกต่างของแต่ละบุคคลได้ ซึ่งลูกค้ารุ่นใหม่ชี้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นมาก ลูกค้าเหล่านี้ ต้องการระบบเชื่อมต่อ ระบบที่เอื้อให้ผู้ขับขี่สามารถใช้อุปกรณ์ต่างๆ อย่างสมาร์ทโฟน พร้อมอินเทอร์เน็ตไวไฟ ปัจจุบัน ภายในห้องโดยสาร มีการใช้งานแบบสองมิติเท่านั้น แต่กับเทคโนโลยีของสองรถต้นแบบนี้ จะเพิ่มมิติการใช้งานได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น ซึ่ง Advanced Design Studio GM ในทวีปอเมริกาเหนือกำลังเดินหน้าพัฒนารถตามแนวคิดนี้อย่างเต็มที่ เพื่อทำให้สปอร์ตต้นแบบทั้งสองรุ่นกลายเป็นรถที่จะขึ้นไลน์ผลิตจริงต่อไป.

Chevrolet Code 130R Specifications
แบบ………………………………………..สปอร์ตคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ขับเคลื่อนล้อหลัง (รถต้นแบบ)
ผู้ผลิต………………………………………General Motor Advanced Design Studio
เครื่องยนต์……………………………….แถวเรียง 4 กระบอกสูบ Eco-TEC DOHC
ปริมาตรความจุ…………………………1.4 ลิตร 1,364 ซีซี
ระบบอัดอากาศ………………………..เทอร์โบแปรฝัน
กระบอกสูบxช่วงชัก…………………..72.5×82.6 มิลลิเมตร
วัสดุบล็อกเครื่องยนต์ / ฝาสูบ…….เหล็กหล่อขึ้นรูป / อลูมินัมอัลลอย
วาล์ว……………………………………….4 วาล์วต่อสูบ เหนือเพลาลูกเบี้ยว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง…………………….หัวฉีดไฟฟ้าแบบมัลติ พอร์ท ลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้า
อัตราส่วนกำลังอัด…………………….9.5:1
แรงม้าสูงสุด……………………………..150 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด…………………………….200 นิวตันเมตร
เชื้อเพลิง………………………………….น้ำมันไร้สารตะกั่ว
รอบเครื่องยนต์สูงสุด………………..6,500 รอบต่อนาที
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง…………….17 กิโลเมตร / ลิตร
ระบบส่งกำลัง……………………………เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
ล้อและยาง………………………………..อลูมินัมอัลลอยขนาด 20 นิ้ว ยาง Pirelli P-ZERO 245/40/R20
มิติตัวถัง
ความกว้าง………………………………..1,816 มิลลิเมตร
ความยาว………………………………….4,396 มิลลิเมตร
ความสูง……………………………………1,390 มิลลิเมตร

Chevrolet Tru 140S Specifications
แบบ………………………………………..แฮทช์แบ็ก 3 ประตู 4 ที่นั่ง ขับเคลื่อนล้อหน้า (รถต้นแบบ)
ผู้ผลิต………………………………………General Motor Advanced Design Studio
เครื่องยนต์……………………………….แถวเรียง 4 กระบอกสูบ Eco-TEC DOHC
ปริมาตรความจุ…………………………1.4 ลิตร 1,364 ซีซี
ระบบอัดอากาศ………………………..เทอร์โบแปรฝัน
กระบอกสูบxช่วงชัก…………………..72.5×82.6 มิลลิเมตร
วัสดุบล็อกเครื่องยนต์ / ฝาสูบ…….เหล็กหล่อขึ้นรูป / อลูมินัมอัลลอย
วาล์ว……………………………………….4 วาล์วต่อสูบ เหนือเพลาลูกเบี้ยว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง…………………….หัวฉีดไฟฟ้าแบบมัลติ พอร์ท ลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้า
อัตราส่วนกำลังอัด…………………….9.5:1
แรงม้าสูงสุด……………………………..150 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด…………………………….200 นิวตันเมตร
เชื้อเพลิง………………………………….น้ำมันไร้สารตะกั่ว
รอบเครื่องยนต์สูงสุด………………..6,500 รอบต่อนาที
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง…………….17 กิโลเมตร / ลิตร
ระบบส่งกำลัง……………………………เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
ล้อและยาง………………………………..อลูมินัมอัลลอยขนาด 21 นิ้ว ยาง Pirelli P-ZERO 245/35/R21
มิติตัวถัง
ความกว้าง………………………………..1,878 มิลลิเมตร
ความยาว………………………………….4,507 มิลลิเมตร
ความสูง……………………………………1,360 มิลลิเมตร

Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom

NEW CAR OF THE MONTH

January 17th, 2012

NEW CAR OF THE MONTH

เหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นและน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมา ได้สร้างผลกระทบทางลบครั้งใหญ่ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก มูลค่่าความสูญเสียนับแสนล้านในวงการยนตรกรรมกำลังได้รับการพื้นฟูแก้ไขอย่างเร่งด่วน ค.ศ. 2012 คือปีที่ทุกบริษัทค่ายรถต่างเร่งออกผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่รถยนต์ประหยัดพลังงานเป็นหลัก…

การส่งมอบรถใหม่ให้กับลูกค้าทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถปิกอัพ จะล่าช้าออกไปอย่างน้อย 2-3 เดือน และภายในเดือนมีนาคม 2555 ยอดการผลิตรถยนต์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้ง ส่วนยอดการส่งรถยนต์ใหม่จำนวน 49,000 คัน ลดลงจากเดือนกันยายนปี 2553 ถึง 100,000 คัน คือตัวเลขที่เกิดขึ้นท่ามกลางผลกระทบของวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ ขณะที่การประกอบรถยนต์ใหม่ของค่าย Toyota / Isuzu / Nissan / Mazda / Ford / Mitsubishi เริ่มกลับมาเดินสายการผลิตภายในโรงงานประกอบรถยนต์ของตนอีกครั้งหลังจาก บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่รายย่อย สามารถกลับมาผลิตชิ้นส่วน-อะไหล่ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งจะทำให้ยอดการผลิตในปี 2555 มียอดรวมประมาณ 1.5 ล้านคัน ลดลงจากที่ตั้งเป้าไว้ถึง 3 แสนคันจากปัญหาภัยพิบัติทั้งสองเหตุการณ์ใหญ่ที่เกิดขึ้นในปี 2554

Honda New Civic 2012 EURO Version

Honda New Civic 2012 EURO Version

นี่คือยนตรกรรมที่ขายดีของ Honda รถ New Civic เวอร์ชั่นยุโรปมีรูปทรงที่โฉบเฉี่ยวและสปอร์ตมากยิ่งขึ้น มันคือรถบ้านที่ครองใจผู้ใช้มานานกว่า 30 ปีแล้ว นับจากโมเดลแรกถูกส่งออกขาย New Civic รุ่นที่ 9 ถูกปรับเปลี่ยนน่าตาและอุปกรณ์ใหม่หมดจดทั้งคัน ภายในยังคงใช้แดชบอร์ดแบบสองชั้น มาตรวัดขนาดใหญ่สามวง ส่วนขุมกำลังยังคงคล้ายกับรุ่นที่แล้ว โดยยังคงไม่มีการลดปริมาตรความจุหรือใช้ระบบอัดอากาศเข้าช่วยเหมือนเดิม เครื่องหายใจเองของ New Civic เป็นเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงแบบ 4 กระบอกสูบ ในอังกฤษ มีให้เลือกใช้สองแบบคือ เครื่อง 1.4 ลิตร และเครื่อง 1.8 ลิตร โดยมีเครื่องดีเซลรุ่นใหม่ขนาด 2.2 ลิตร i-DTEC 148 แรงม้า เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ชอบทั้งความประหยัดและพลังแรงบิดในรอบต่ำ ระบบส่งกำลังมีทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด รวมถึงเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ติดตั้งระบบ Stop/Start กันสะเทือนด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัทและด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม

BMW New Series 3 F30 2012

BMW New Series 3 F30 2012

มีรถซีดานยอดนิยมเพียงไม่กี่ยี่ห้อที่สามารถครองใจลูกค้าผู้นิยมรถเล็กเกรดพรีเมี่ยมมายาวนานกว่า 40 ปี และนี่คือหนึ่งในนั้น รถ BMW New Series 3 รหัสตัวถัง F30 คืออนุกรมซีดานสมรรถนะสูงคันใหม่ล่าสุดจากค่ายผู้ผลิตที่ใช้ตราสัญลักษณ์ ใบพัดสีฟ้า-ขาว มันมีน่าตาทรวดทรงที่โดนใจมากกว่า Series 3 E90 รุ่นที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด และคล้ายคลึงกับการจับเอา Series 5 F10 มาย่อส่วนเพื่อคงความสมบูรณ์แบบ เครื่องยนต์รุ่นใหม่ยังถูกพัฒนามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการขับขี่ ยกระดับมาตรฐานของซีดานจากเยอรมนีให้เพิ่มขึ้น ฐานล้อที่ยาวกว่ารุ่นเดิมทำให้มีพื้นที่ใช้สอยภายในเพิ่มขึ้นเล็กน้อย รวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระที่ฝาท้ายก็มีมากขึ้น เครื่องยนต์มีให้เลือกมากมาย เริ่มตั้งแต่เครื่องเบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ 1.8 ลิตร ไปจนถึงรุ่นสูงสุด นั่นก็คือ New M3 ที่จะหันมาใช้เครื่อง 6 สูบ3.0 ลิตร อัดเทอร์โบคู่ ซึ่งจะมีย่านของกำลังประมาณ 420 แรงม้า พร้อมด้วยเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ Hybrid จะเปิดตัวตามออกมาภายในสิ้นปี 2013 New Series 3 F30 จะมีระบบรองรับด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท ส่วนด้านหลังเป็นแบบ มัลติลิ้งค์ พร้อมกลไก EfficientDynamics ระบบ Stop/Start วิศวกรของค่าย BMW กำลังเร่งพัฒนาเครื่องยนต์แบบ 3 กระบอกสูบ 1.5 ลิตร ที่มีทั้งความประหยัดและสมรรถนะ โดยเครื่อง 3 สูบรุ่นใหม่นี้จะสร้างกำลังได้ถึง 184 แรงม้าจากการเสกเป่าของเทอร์โบแปรผัน เพื่อวางลงในเจ้า Series 3 F30 รุ่น Minor Change ภายในปี 2015 นี้

AUDI New A6 Hybrid 2012

AUDI New A6 Hybrid 2012

ซาลูน 4 ประตูเครื่องยนต์ลูกผสมเบนซิน TFSI 2.0 ลิตรบวกมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 1.3 kWh ทำให้ New A6 Hybrid รุ่นล่าสุดคันนี้ มีกำลัง 241 แรงม้า ระบบ Hybrid ที่พัฒนามาเพื่อความประหยัดทำงานร่วมกับชุดส่งกำลังแบบ Tiptronic 8 สปีด ซึ่งใช้คลัตช์แห้งแบบ Multiplate เข้ามาเป็นตัวเชื่อมระหว่างเครื่องยนต์กับตัวมอเตอร์ไฟฟ้า ได้แรงบิด 354 ปอนด์-ฟุต เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 7.3 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลือง 44 ไมล์ต่อแกลลอน ปล่อยก๊าซ CO2 ที่ 146 กรัม/กิโลเมตร ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลจะมีตัวเลขสมรรถนะดีกว่าเล็กน้อย โดยมีอัตราสิ้นเปลืองที่ 56.0 ไมล์/แกลลอน กับค่าการปล่อยของเสียที่ 129 กรัม/กิโลเมตร มาตรฐาน EURO-5 สมรรถนะที่ดีกว่าของเครื่องยนต์ดีเซลใน New Audi A6 เกิดจากน้ำหนักในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลที่เบากว่ารุ่นเครื่องยนต์ลูกผสมแบบ Hybrid ถึง 195 กิโลกรัม รถ New A6 Hybrid วิ่งด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆได้ระยะทางประมาณ 2 ไมล์ บนความเร็วเฉลี่ย 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลังจากนั้นเครื่องยนต์จะเข้ามาแทรกแซงทันทีที่กระแสไฟในแบตเตอรี่เริ่มอ่อนกำลังลง ระหว่างการเปลี่ยนโหมดขับเคลื่อนจากไฟฟ้ามาเป็นเครื่องยนต์ จะมีความนุ่มนวลปราศจากอาการกระตุกกระชากให้รู้สึก มันเหมาะมากกับการขับแบบเรื่อยๆ ภายในเมืองใหญ่ทั่วโลก

Mercedes Benz New B-Class 2012

Mercedes Benz New B-Class 2012

เจเนอเรชั่นที่ 2 ของยนตรกรรมตราดาวในตระกูล B-Class คลอดออกมาแล้วด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงามสดใหม่ แม้จะเป็นรถยนต์สไตล์อเนกประสงค์แต่ New B-Class วางแนวทางของตัวถังที่มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านทานอากาศเพียง 0.26 และมีระบบ BuleEFFICIENCY เป็นเครื่องมือยืนยันการลดมลภาวะของค่ายตราดาว มันบรรจุเอาอุปกรณ์ที่มีความหรูหรามากกว่ารุ่นแรก ตัวถังผสมผสานกันระหว่าง MPV และ Sport Sedan เพื่อทำให้เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นได้ง่ายกว่าเดิม หากปรับพับเบาะ เจ้าของรถจะได้พื้นที่ในการขนสัมภาระมากถึง 667 ลิตร ระบบบังคับเลี้ยวแบบ EPS- Electronic Power Steering เพื่อลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้ากลายเป็นของใหม่ที่แตกต่างไปจาก Benz รุ่นอื่นที่ใช้การขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลังทั้งหมด เครื่องยนต์เบนซินบล็อกล่าสุดขนาด 1.6 ลิตรและ 2.0 ลิตร ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลใช้รหัส OM615/D18 New B-Class 2012 รุ่นเครื่องเบนซิน 1.8 ลิตร รหัส B180 มีกำลัง 122 แรงม้า พร้อมแรงบิด 200 นิวตันเมตร ส่วนรุ่น B200 จะมีม้าเพิ่มขึ้นที่ 156 แรงม้าและแรงบิด 250 นิวตันเมตร ที่มาในรอบต่ำเพียง 1,250 รอบต่อนาที ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลรหัส B180 CDI มีความจุ 1.8 ลิตร ให้กำลัง 109 แรงม้ากับแรงบิด 250 นิวตันเมตรที่ 1,400 รอบต่อนาที และใหญ่ขึ้นมาอีกนิดกับเครื่องดีเซล 2.0 ลิตรในรุ่น B200 CDI ที่ให้กำลัง 136 แรงม้า พร้อมแรงบิด 300 นิวตันเมตรที่ 1,600 รอบต่อนาที

Mazda 3 Facelift 2012

Mazda 3 Facelift 2012

แฮตซ์แบคสมรรถนะเยี่ยมจากเมืองฮิโรชิมาคันนี้ แต่งหน้าทาปากมาใหม่ในรุ่น Facelift 2012 เพื่อกระตุ้นยอดขายที่สูงโด่งของโมเดล 3 ใหม่ที่แรงอยู่แล้วให้เพิ่มมากขึ้นไปอีก Mazda เพิ่มเทคโนโลยีไฮเทคที่มีระบบควบคุมมลพิษ ทำให้ประสิทธิภาพด้านการขับขี่และการปล่อยมลภาวะไม่เป็นรองค่ายรถจากเยอรมนี แม้แต่น้อย มันมีสปอยเลอร์หน้าใหม่ ไฟหน้า ไฟท้าย ใหม่หมด แต่โครงรถยังคงเหมือนเดิมเนื่องจากเป็นรุ่น Facelift ส่วนชุดบังคับเลีี้ยว ใช้กลไก EHPAS-Electro-Hydraulic Power Assist Steering ซึ่งถูกปรับแก้ให้ส่งความรู้สึกในการควบคุมพวงมาลัยไม่แตกต่างจากระบบไฮดรอลิกแบบเก่า แต่มีน้ำหนักน้อยกว่าและไม่มีการเชื่อมต่อกับเครื่องยนต์ จึงไม่กินกำลังเครื่อง ส่วนเครื่องยนต์ยังคงมีให้เลือกถึง 8 แบบ (ในยุโรปและอเมริกา) โดยมุ่งเน้นไปที่ขุมกำลังแบบดีเซลที่กลายเป็นที่นิยมสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถของค่าย Zoom Zoom ซึ่งเป็นเครื่องดีเซล 2.2 ลิตร 185 แรงม้า กับแรงบิด 400 นิวตันเมตรที่ 1,800-3,000 รอบต่อนาที ส่วนรุ่นเบนซินยังคงใช้เครืิ่องรุ่นเดิมรหัส MZR 2.0 DISI 150 แรงม้า จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบไดเรคอินเจคชั่น พ่วงระบบ i-Stop ซึ่งเป็นระบบที่คิดค้นขึ้นเองจากวิศวกรของ Mazda ช่วยด้านประหยัดเชื้อเพลิงโดยตัดการทำงานของเครื่องยนต์ทันทีที่จอดเดินเบา แต่ระบบปรับอากาศยังคงทำงานอยู่ และจะติดเครื่องยนต์ทันทีที่ผู้ขับกดคันเร่ง (คล้ายระบบ Stop/Start)

Toyota New Avanza 2012

Toyota New Avanza 2012

New Avanza เป็นรถยนต์ที่มีความคุ้มค่า เหมาะสมกับครอบครัวขนาดเล็กที่เน้นการขับขี่ใช้งานรถยนต์ในเมืองด้วยรูปแบบ รถอเนกประสงค์ รถ New Avanza ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Dynamic & Spacious ด้วยการออกแบบพื้นที่ภายในห้องโดยสารให้มีความกว้างขวางมากขึ้น เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง พร้อมด้วยประโยชน์ใช้สอยที่เหมาะสมกับครอบครัวที่มีสมาชิก 4 คน ในขณะที่รูปโฉมภายนอกได้รับการดีไซน์ให้มีความทันสมัย ภายในห้องโดยสารดีไซน์สปอร์ต โดยปรับเปลี่ยนการวางตำแหน่งของอุปกรณ์ต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามาจากรุ่นแรก พื้นที่ของห้องโดยสารใหญ่ขึ้นเล็กน้อย วางเครื่องยนต์ขนาด 1,500 ซีซี โดยขุมกำลังตัวนี้ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะดีขึ้น พร้อมด้วยระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-i ให้กำลังสูงสุด 101 แรงม้า ตอบสนองการใช้งานบนคล่องตัวเนื่องจากมีน้ำหนักไม่มากนัก New Avanza 2012 ถูกปรับแต่งสมรรถนะให้ออกมาในแนวทางประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 รวมถึงผ่านมาตรฐานไอเสียที่เข้มงวด EURO-4 ก่อนการบังคับใช้จริงถึง 1 ปี นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงช่วงล่างใหม่เพื่อตอบสนองการขับขี่ที่นุ่มนวล และการทรงตัวที่ดียิ่งขึ้น วางขายแล้วในประเทศไทย

Toyota New Alphard 2012

Toyota New Alphard 2012

บริษัท Toyota Motor Thailand Co.ltd เปิดตลาดรถยนต์ปี 2555 ด้วยการแนะนำพรีเมี่ยม MPV New Alphard 2012 รุ่นใหม่ล่าสุด ตัวรถ MPV ยอดนิยมรุ่นใหม่นี้ ได้รับการปรับปรุงทั้งภายในและภายนอก โดยยังคงเน้นความหรูหราลงตัวของสมรรถนะและอุปกรณ์ภายในสำหรับอำนวยความสะดวก ยามใช้งาน เพื่อทำให้ผู้โดยสารมีความสบายตลอดการเดินทาง ด้านหน้าใช้กระจังหน้าโครเมี่ยมใหม่หมด เข้าชุดกับไฟหน้าแบบใหม่ หลังคามูนรูฟคู่ (Twin Moon Roof) เพิ่มแสงสว่างภายในห้องโดยสารยามค่ำคืน

ประตูข้างซ้าย – ขวา และประตูหลังระบบมอเตอร์ไฟฟ้า ควบคุมการเปิด-ปิดได้จากบริเวณคนขับ ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ พร้อมยางขนาด 215/60 R17 กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ (EC Mirror) ลดการสะท้อนของแสงไฟ มาตรวัดเรืองแสงของหน้าปัดเป็นของใหม่ทั้งหมดตามโมเดล 2012 เพิ่มขนาดมาตรวัดให้ใหญ่ขึ้นเพื่อความสะดวกในการอ่านค่า ระบบฟอกอากาศแบบนาโนอี (Nanoe) เทคโนโลยีการสร้างโมเลกุลน้ำล้อมรอบประจุลบ แผงคอนโซลหน้า คอนโซลกลาง และหัวเกียร์ใหม่หมด ตกแต่งภายในด้วยลายไม้สีดำ ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังแถวที่ 1 ปรับไฟฟ้าแบบเฟิร์สท์คลาส พร้อมกับที่รองขา ที่พักเท้า โต๊ะกลางแบบพับได้ และระบบบริหารหลังไฟฟ้า 7 จุด คอยช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้ายามเดินทางไกล เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังแถวที่ 2 สำหรับ 3 ที่นั่งพร้อมที่วางแขน สามารถพับเก็บแบบแขวนได้ ระบบให้ความความบันเทิงมีเครื่องเล่น DVD / CD / MP3 / WMA / ช่องต่อ USB / iPod / Bluetooth พร้อมจอ LED ระบบสัมผัส 7 นิ้ว จาก Alpine (ในรุ่น 3.5 V) และจอ LCD ระบบสัมผัสขนาด 6.1 นิ้ว (ในรุ่น 2.4V) รถ New Alphard 2012 มีสีให้เลือก 3 เฉดสีคือ สีเงิน (Silver Metallic) สีขาวมุก (White Pearl Crystal) สีดำ (Black) ราคา (รวมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่ม) รุ่น 2.4 V (2.4 ลิตร) 3,239,000 บาท และรุ่น 3.5 V (V6 3.5 ลิตร) 4,059,000 บาท.

Arcom Roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom

BENTLEY CONTINENTAL GTC

January 11th, 2012

BENTLEY CONTINENTAL GTC

Bentley Continental GTC สปอร์ตจีทีเปิดประทุน เจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวสู่สายตาชาวโลกอย่างเป็นทางการในงานมหกรรมยานยนต์ International Automobile Exhibition (IAA) ในเมืองแฟรงก์เฟิร์ตเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา…

Bentley Continental GTC ตัวใหม่ล่าสุดได้รับแรงบันดาลใจมาจากรุ่นจีที คูเป้ ที่เปิดตัวไปแล้วเมื่อปีก่อน และถูกส่งเข้าสู่ตลาดอีกครั้งหลังจากประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจากรุ่นเดิมที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2006 ทีมงานผู้ออกแบบและวิศวกรจาก Bentley ได้พัฒนาทุกๆ ชิ้นส่วน โดยสร้างรถรุ่นเปิดประทุนคันนี้ให้มีความเพียบพร้อมมากที่สุด มุ่งเน้นเรื่องคุณภาพของการขับและวัสดุที่ใช้ตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน ขณะที่ Continental GTC คือเครื่องหมายของความสง่างาม รถเปิดประทุนรุ่น Continental GTC คันใหม่ล่าสุดนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงเส้นสายที่มีความคมชัด เชื่อมโยงกับประสิทธิภาพ และพลังของเครื่องยนต์บล็อกโต พละกำลังจากเครื่องยนต์ V12 อัดเทอร์โบคู่ รวมถึงขั้นตอนการผลิตที่ใช้เทคนิคชั้นสูงที่ถูกนำมาใช้ ด้วยการสร้างอะลูมิเนียมให้กับปีกทางด้านหน้าของรถ จึงไม่สามารถมองเห็นรอยต่อของตะเข็บหรือรอยต่อของอะลูมิเนียม ให้ความรู้สึกของเส้นสายที่มีความต่อเนื่องและกลมกลืน ล้อมาตรฐานของเจ้า Continental GTC มีขนาด 20 นิ้ว หรือหากลูกค้าต้องการของที่ใหญ่กว่านั้น ก็ยังสามารถเลือกติดตั้งล้อขนาด 21 นิ้ว เป็นออปชั่นเสริม เพื่อเข้ามาเพิ่มความโหดและดุดัน รวมถึงสมรรถนะด้านการยึดเกาะ เพื่อเติมเต็มความเป็นรถสปอร์ตจีทีให้กับ Bentley Continental GTC ใหม่คันนี้ ซึ่งล้อ 21 นิ้ว มีให้เลือกถึง 3 แบบ 3 สไตล์

ภายในห้องโดยสารของรถยนต์หรูสี่ที่นั่งเปิดประทุนคันนี้ ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความกว้างขวางมากยิ่งขึ้น เสริมความหรูหราด้วยการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ด้วยงานฝีมืออันประณีต ชนิดของหนังจะเป็นหนังที่มีความนุ่มนวลเมื่อเจ้าของรถสัมผัส เนื้อไม้ที่ใช้ตกแต่งมีให้เลือกมากขึ้น ชิ้นส่วนต่างๆที่เป็นโลหะซึ่งนำมาใช้ในรถคันนี้ จะให้ความรู้สึกที่เย็นสบาย โดยเน้นโทนสีที่นุ่มนวล หนังแท้ที่ใช้ห่อหุ้มภายในมีให้เลือกถึง 17 สี พร้อมด้วยสีที่ผสมเพิ่มเติมอีก 6 สี สำหรับไม้วีเนียร์ มีให้เลือกติดตั้งถึง 7 ชนิด และทุกๆ ชิ้นส่วนของ Bentley Continental GTC ล้วนมาจากงานฝีมือของช่างฝีมือที่เต็มไปด้วยประสบการณ์และพรสวรรค์ด้านการตัดเย็บและงานประกอบอันละเอียดอ่อน ห้องโดยสารของ Continental GTC ได้รับการปรับแต่งใหม่เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความสุนทรีย์ให้กับผู้โดยสารตามรูปแบบรถเปิดประทุน หลังคาผ้าใบได้รับการปรับเปลี่ยนโดยใช้โครงหลังคาหลายชั้น รองรับกับกระจกแบบอะคูสติก (acoustic glass) แผงป้องกันตัวรถด้านล่างคือการปรับแต่งและเสริมวัสดุซับเสียงเพื่อขจัดเสียง รบกวน เบาะนั่งที่มีพนักพิงศีรษะแบบโอบกระชับ เป่าได้ทั้งลมร้อนและลมเย็น เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ลูกค้าสามารถเลือกลายไม้ที่จะใช้ตกแต่งภายในได้อย่างอิสระ รวมถึงหนังวัวที่ใช้ห่อหุ้มเบาะและแผงประตู ไม่ว่าจะเป็นแผงควบคุม เบาะนั่งปรับไฟฟ้าแบบนวดได้ ผิวสัมผัสของชิ้นงานที่เป็นอุปกรณ์ตกแต่งภายในห้องโดยสาร พวงมาลัยวงโตทรงสี่ก้าน และระบบเสียงจาก Naim คือความครบครันที่ Continental GTC มอบให้กับเจ้าของ

การใช้งานได้อย่างเหมาะสมในชีวิตประจำวันนั้น คือสิ่งที่ Continental GTC สามารถมอบให้กับลูกค้าระดับ VIP ได้้เป็นอย่างดี ฟังก์ชั่นการทำงานและอุปกรณ์ต่างๆ ภายในห้องโดยสารของ Continental GTC ถูกออกแบบโดยคำนึงให้ผู้ขับสามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น พื้นที่และที่พักขาทางด้านหลังมีความกว้างมากขึ้น พื้นที่เก็บของต่างๆ ได้รับการขยายเพิ่มเติม หน้าจอของระบบให้ความบันเทิง Information แบบระบบสัมผัส เข็มขัดนิรภัยพร้อมทำงานอย่างอัตโนมัติ บริษัท Bentley ได้สร้างสรรค์อุปกรณ์ใหม่ล่าสุดออกมาประดับให้กับรถคันนี้ นั่นคือ Neck Warmer เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร เมื่อ Bentley เลือกกลุ่มลูกค้าที่จะซื้อรถ Continental GTC ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนกระเป๋าหนักที่มีกำลังซื้อแบบไม่อั้น สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนรวยได้แทบทุกองค์ประกอบของตัวรถ

ขนาดของตัวรถและฐานล้อที่กว้างขึ้น ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง การหักเลี้ยวที่มั่นคง และช่วงล่างที่ได้รับการปรับเปลี่ยน ส่งผลให้รถคันนี้มีระบบขับเคลื่อนที่ดีเยี่ยม Bentley GTC คันนี้ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และมีการกระจายแรงบิดแบบใหม่นั่นคือ 40:60 (แรงบิดกระจายไปทางด้านหลังที่มากกว่ารุ่นก่อนนั้นคือการกระจายแรงบิดแบบ 50:50) ซึ่งส่งผลให้ลดการเหวี่ยงและการปัดระหว่างการเข้าโค้งและทำให้ผู้ขับขี่สามารถจัดการกับการสมดุลของรถได้มั่นคงยิ่งขึ้น น้ำหนักตัวที่เบาขึ้น 70 กิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นที่แล้ว มีผลด้านอัตราเร่ง การประหยัดเชื้อเพลิงและประสิทธิภาพของการทรงตัว น้ำหนักตัว 2.5 ตัน และเครื่องยนต์ 12 กระบอกสูบรูปตัว V ที่มีเทอร์โบแฝดตัวเขื่องติดตั้งอยู่ ทำให้อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการปล่อยมลภาวะยังคงห่างไกลจากคำว่า ประหยัดและสะอาดอยู่บ้าง

เครื่องยนต์มีขนาด 6 ลิตร twin-turbocharged W12 เป็นเครื่องแบบมาตรฐานที่มีให้เลือกเพียงแค่แบบเดียวเท่านั้น มันให้ความคล่องตัวที่เป็นเลิศ รวมไปถึงการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วมากขึ้นกว่ารุ่นก่อน ขุมพละกำลังสูงสุดถึง 567 แรงม้า/423 กิโลวัตต์ อีกทั้งคลื่นแรงบิดหรือ ‘Wave of torque’ ยังเพิ่มขึ้นถึง 50 นิวตันเมตร และมีแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 700 นิวตันเมตร หรือ 516 ปอนด์-ฟุต ส่วนอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรใน 4.8 วินาที ในการนำพาตัวถังขนาดใหญ่ที่หนักถึงสองตันครึ่งให้วิ่งได้อย่างคล่องแคล่ว ว่องไว เกิดจากชุดอัดอากาศเทอร์โบคู่แบบแปรผัน ที่สามารถสร้างแรงบูสได้อย่างล้นเหลือ แทบจะทุกย่านรอบเครื่องยนต์ ระบบจุดระเบิดและหัวฉีดเชื้อเพลิงจะหยุดทำงานในเสี้ยววินาที เพื่อลดแรงบิดให้น้อยลงในระหว่างการเปลี่ยนเกียร์ ทำให้กลไกของชุดเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ สามารถจับคู่กับเฟืองเกียร์ได้เร็วขึ้น ส่งผลให้ช่วงเวลาในการเปลี่ยนเกียร์ลดลงมาก

GTC คือจักรกลที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ และเน้นในเรื่องของการตอบสนองความต้องการและเติมเต็มความสุนทรีย์ทางอารมณ์ได้มากที่สุดในรุ่น Continental ทั้งหมด ช่วงล่างมีการตอบสนองต่อสภาพถนนหลากรูปแบบได้ดีขึ้นกว่ารุ่นที่แล้ว สามารถรองรับแรงกระแทกได้หลากหลายมากขึ้น ตัวรถมีความนิ่ง แม้จะวิ่งเต็มกำลังในย่านความเร็วสูง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อถ่ายเทแรงบิด 60% ไปยังล้อคู่หลังที่ความเร็วต่ำ มันจะส่งประสิทธิภาพของแรงบิดคล้ายกับรถขับเคลื่อน 2 ล้อทั่วไป ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อจะเข้ามาแทรกแซงทันทีที่ล้อคู่หน้าไม่ตรง หรือกำลังเริ่มต้นสูญเสียการยึดเกาะ เบรกหน้าแบบ 8 พอต พร้อมด้วยจานเบรกใบโต ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมตัวรถที่ความเร็วสูง และด้วยหลังคาเปิดประทุนนี้เอง ที่ทำให้ GTC กลายเป็นรถยนต์เปิดประทุนสายเลือด Bentley เหมือนตัวรถรุ่นคลาสสิกของค่าย Bentley ที่ผ่านๆ มาอย่างแท้จริง ด้วยเทคโนโลยีชั้นนำต่างๆ ที่ได้นำมาใช้ในรถรุ่นนี้ ด้วยประสิทธิภาพและสมรรถนะของรถที่เต็มพิกัด รวมไปถึงการออกแบบที่ให้ความสง่างามและเด่นชัดอย่างเป็นเลิศของรถรุ่นนี้ ทำให้ Bentley มั่นใจว่าจะสามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับยานยนต์แบบเปิดประทุนได้อย่างแน่นอน.

Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom

ตัวลุยสุดหล่อ NEW SUBARU XV 2.0i-S

January 5th, 2012

NEW SUBARU XV 2.0i-S

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ทั้งที่โตเกียวมอเตอร์โชว์ 2011 และ มหกรรมยานยนต์ มอเตอร์เอ็กซ์โป 2011 กับยนตรกรรม Crossover คันล่าสุดของค่าย Subaru ที่พกพาสมรรถนะและความหล่อมาแบบเต็มพิกัด มันคือสุดหล่อตัวเล็กจอมลุย Subaru XV 2.0i-S

วันที่ 8 ธันวาคม 2554 ภายในงานแสดงรถยนต์ มหกรรมยานยนต์หรือ Motor Expo 2011 บริษัท Motor Image ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Subaru ในประเทศไทยทำการเปิดผ้าคลุมรถ Crossover รุ่นใหม่ล่าสุด Subaru XV ตัวลุยขนาดกะทัดรัดที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยช่วงกลางปีหน้า (2555) พร้อมพกพาสมรรถนะในการขับเคลื่อนที่ไม่เป็นรองค่ายใด กับประโยชน์ใช้สอยและรูปทรงที่ดุดันโดนใจวัยแรง ด้วยขนาดที่กำลังดีไม่ใหญ่โตจนเกินไป รวมถึงสิ่งที่โดดเด่นของค่ายรถเจ้าของสัญลักษณ์หมู่ดาว นั่นคือระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อตลอดเวลาหรือ Subaru AWD

การเปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้งานแสดงรถยนต์ครั้งยิ่งใหญ่ในช่วงปลายปี ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เรียกร้องความสนใจจากสื่อมวลชนและกลุ่มลูกค้าสาวกผู้จงรักภักดีต่อแบรนด์ Subaru ได้เป็นอย่างดี หลังจากการเปิดตัวไปแล้ว รถ Subaru XV Compect-Crossover คันนี้จะเริ่มต้นเดินสายการผลิต ภายในโรงงานประกอบรถยนต์ของบริษัท Subaru TCMA ในประเทศมาเลเซีย ตามข้อตกลงในความร่วมมือกันระหว่างบริษัท Subaru Tanjong Motor กับบริษัท Fuji Heavy Industries Ltd. เพื่อดำเนินงานประกอบตัวรถ Subaru XV Compect-Crossover ที่ประเทศมาเลเซีย โดยไลน์การผลิตจะเริ่มต้นที่รุ่น XV 2.0i เป็นโมเดลแรกสุด ทั้งนี้ รถ Subaru XV2.0i-S จะเริ่มต้นสายการผลิตภายในเดือนตุลาคม 2555 เพื่อส่งออกจำหน่ายในประเทศมาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย ผ่านตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Subaru ในเครือข่ายของตันจงกรุ๊ป สำหรับในประเทศไทยนั้น บริษัท Motor Image ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Subaru ในประเทศไทย จะเริ่มต้นเปิดให้ลูกค้าจองรถ Subaru XV2.0i-S ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป ที่โชว์รูมรถยนต์ Subaru บนถนนเสรีไทย รวมถึงตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตในกรุงเทพมหานคร

Subaru XV Compect-Crossover ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อการใช้งาน สำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบแบรนด์ Subaru โดยใช้จุดเด่นเช่น

1.รูปลักษณ์ที่ปราดเปรียวแข็งแกร่ง เล็กกะทัดรัดไม่ใหญ่โตเทอะทะ

2.สมรรถนะของการขับขี่ควบคุมไม่เป็นรอง Crossover ค่ายใด

3.ระบบความปลอดภัยได้มาตรฐาน

4.ห้องโดยสารและพื้นที่ใช้สอยถูกออกแบบให้กว้างขวางแม้ตัวถังจะมีขนาดกะทัดรัด

5.สมรรถนะในการขับขี่และอุปกรณ์ภายในครบครันเพื่อการขับใช้งานในเมืองหรือเดินทางไกล

รถ Subaru XV วางเครื่องยนต์ Boxer สูบนอนยันรุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งถูกพัฒนามาเพื่อสร้างอัตราเร่งในรอบเครื่องยนต์ต่ำช่วงออกตัวได้ดีขึ้น ให้แรงบิดสูงแม้จะอยู่ในรอบเครื่องยนต์ต่ำและตัวรถมีความเร็วต่ำ เครื่องยนต์สูบนอน Boxer แบบแถวเรียงนับเป็นเครื่อง Boxer 2.0 ลิตรในเจเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งถูกออกแบบมาให้มีช่วงชักของลูกสูบยาวขึ้นเพื่อลดอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ผสมผสานกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาแบบ Symestrical AWD เอกสิทธิ์เฉพาะของค่ายหมู่ดาว ทำให้เจ้า Subaru XV ให้ประสิทธิภาพและเสถียรภาพในระหว่างการขับขี่ที่ไม่เป็นรอง Crossover ของค่ายใด

เครื่องยนต์ Boxer สูบนอนแบบดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป DOHC ปริมาตรความจุ 2.0 ลิตรตัวใหม่นี้ มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบล่าสุดหรือ Lineartronic CVT ซึ่งเป็นระบบส่งกำลังแปรผันต่อเนื่อง Continuous Variable Transmission ซึ่งเกียร์ลูกนี้จะมีสมรรถนะที่โดดเด่นกว่าเกียร์อัตโนมัติรุ่นอื่น ทั้งในเรื่องของการส่งถ่ายแรงบิดไปยังเพลาขับ รวมถึงประสิทธิภาพโดยรวมของการใช้งานในทุกสภาพเส้นทาง มันถูกออกแบบปรับทดมาให้ขับขี่ได้อย่างเร้าใจ ส่วนระบบควบคุมวาล์วแบบก้าวหน้าหรือ Active Valve Control System AVCS ถูกวิศวกรของ Subaru พัฒนาร่วมกับเครื่องยนต์ ช่วยเพิ่มแรงบิดรอบต่ำได้ดี ให้อัตราเร่งที่ดี ไม่รอรอบ ไม่ว่าจะออกตัวหรือขับขี่ท่ามกลางสภาพถนนในทุกสภาวะ

จุดศูนย์ถ่วง ของตัวรถที่ต่ำกว่าปกติจากการวางเครื่องยนต์แบบ Boxer สูบนอน (ต่ำกว่าเครื่องยนต์แถวเรียงแบบปกติถึง 110 มิลลิเมตร) ทำให้การยึดเกาะกับพื้นผิวถนน การเลี้ยว และประสิทธิภาพของการทรงตัวในทุกย่านความเร็วดีขึ้นกว่ารถแบบ Crossover ทั่วๆ ไป ห้องโดยสารมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ พื้นที่ใช้สอยพอเพียงต่อการโดยสารและขนสัมภาระจากรูปแบบ 5 ประตูของเจ้า XV เบาะทุกตำแหน่งนั่งสบาย มีพื้นที่ีในการวางเท้าอย่างเหลือเฟือ ส่วนตำแหน่งท่านั่งในการขับขี่ควบคุมสามารถปรับระดับความสูงของตัวเบาะได้ หลากหลาย คอยพบกับ All New Subaru XV 2.0i-S ได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2555 ที่จะถึงนี้ ในโชว์รูมของบริษัท Motor Image ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Subaru แห่งเดียวในประเทศไทยบนถนนเสรีไทย.

Subaru XV 2.0i-S Specifications
แบบ……………………………………..Crossover อเนกประสงค์ 5 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ
ผู้ผลิต…………………………………… Fuji Heavy Industries Japan
เครื่องยนต์…………………………….Boxer สูบนอน เพลาราวลิ้นคู่เหนือฝาสูบ DOHC
ปริมาตรความจุ……………………..1,995 ซีซี
กระบอกสูบxช่วงชัก………………..84.0 มิลลิเมตรx90.0มิลลิเมตร
วาล์ว……………………………………..4 วาล์วต่อ 1 กระบอกสูบ=16วาล์ว
อัตราส่วนกำลังอัด…………………..10.50:1
แรงม้าสูงสุด………………………….150.1 แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด………………………….196 นิวตันเมตรที่ 4,200 รอบต่อนาที
แรงม้าต่อน้ำหนัก……………………114.73 แรงม้า/ตัน
ระบบขับเคลื่อน………………………ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา AWD
ระบบส่งกำลัง…………………………Lineartronic CVT แปรผันต่อเนื่อง Continuous Variable Transmission
Specific torque………………………98.25 Nm/litre
Lubrication……………………………Wet sump
bmep…………………………………….1234.6 kPa (179.1 psi)
Unitary capacity……………………..498.75 cc per cylinder
ระบบระบายความร้อน……………..น้ำในหม้อน้ำ พัดลมไฟฟ้า
ระบบรองรับ
ด้านหน้า…………………………………แมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพ เหล็กกันโคลง
ด้านหลัง…………………………………ปีกนกแบบสองชั้น สปริง
ล้อและยาง……………………………..อัลลอยขนาด 17 นิ้ว ยาง 225/55/R17 ทั้ง 4 ล้อ
ระบบเบรก……………………………..ดิสเบรกทั้ง 4 ล้อพร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ABS 4 ทิศทางและชุดเสริมแรงเบรก EBD
มิติตัวถัง
ความกว้าง……………………………..1,780 มิลลิเมตร
ความยาว……………………………….4,450 มิลลิเมตร
ความสูง…………………………………1,615 มิลลิเมตร
ปริมาตรความจุถังเชื้อเพลิง………55 ลิตร
ราคาในประเทศไทย………………..ยังไม่กำหนด

Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom