Posts Tagged ‘อาคม รวมสุวรรณ’

ทดลองขับ MERCEDES BENZ E200 NGT (ตอนที่ 2)

January 5th, 2012

MERCEDES BENZ E200 NGT

บนระยะทางทดสอบไปกลับ กรุงเทพฯ-ระยองกว่า 500 กิโลเมตร กับการค้นหาสมรรถนะและประสิทธิภาพที่แท้จริงของ Mercedes Benz New E-Class E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE ยานยนต์สองพลังงาน แก๊ส NGV+ น้ำมันเชื้อเพลิงเบนซิน 95 โซฮอล์…

วันที่ 20 ธันวาคม 2554 บริษัท Mercedes Benz Thailand Limited. เชิญสื่อมวลชนสายยานยนต์ร่วมลงทำการทดสอบเพื่อค้นหาสมรรถนะของ Mercedes Benz New E-Class E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE โดยกำหนดเส้นทางทดสอบจากกรุงเทพมหานคร มุ่งสู่ชายทะเลของหาดอ่าวไข่ ในจังหวัดระยอง การทดสอบซีดานตัวหรูที่มีระบบบริหารเชื้อเพลิงถึง 2 แบบในครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกของค่ายตราดาว หลังจากห่างหายไปนานกว่า 2 เดือนเนื่องจากสภาวะน้ำท่วมขังในภาคกลางตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

09.30 น. ของเช้าวันที่ 20 ธันวาคม บริเวณจุดปล่อยรถในโชว์รูม Benz TTC ใกล้แยกพัฒนาการ รถ Mercedes Benz E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE จำนวน 8 คัน ซึ่งเป็นรถทดสอบของสื่อมวลชน กับ Mercedes Benz E300 / Mercedes Benz ML350 / Mercedes Benz Vito / Mercedes Benz New C-Class C200 CGI / Mercedes Benz R-Class ซึ่งเป็นรถของเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของ Mercedes Benz Thailand ออกเดินทางมุ่งสู่จังหวัดระยองโดยใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ ผ่านด่านเก็บเงินลาดกระบัง แวะทานกาแฟที่ร้าน Starbuck ในจุดบริการทางหลวงบนถนนมอเตอร์เวย์ แล้วเลี้ยวเข้าสู่ถนนบริเวณแยกพนัสนิคม เลี้ยวขวาอีกครั้งเพื่อเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 344 บ้านบึง-แกลง แล้วตัดเข้าเส้นทางพนมสารคาม-สัตหีบ บนทางหลวงจังหวัดหมายเลข 331 แวะทานข้าวเที่ยงที่ร้านตำนานป่า แล้วมุ่งหน้าสู่แยกบ้านเพ เลี้ยวซ้ายบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 243 มุ่งหน้าไปยังอ่าวไข่ของจังหวัดระยอง รวมระยะทางในการทดสอบวันแรกกว่า 235 กิโลเมตร

ผมจับคู่กับ Kingsley ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ The Nation เหมือนเช่นเคย หลังจากเดินทางไปชมงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ด้วยกันเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม 2554 ไม้แรกจึงเป็นหน้าที่ของเพื่อนเลิฟ Kingsley เข้ามารับหน้าที่ขับตั้งแต่ออกจากโชว์รูม Benz TTC ไปจนถึงเขตจังหวัดระยอง โดยมีผมนั่งในเบาะผู้โดยสารตอนหลังเพื่อจับอาการของตัวรถเหมือนเคย รถยนต์ซีดานในโมเดล E-Class W212 เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย เบาะนั่งตอนหลังถูกออกแบบให้นั่งได้ 3 คน (ผู้ใหญ่ 2 + เด็ก 1 คน) ตำแหน่งกลางเบาะหลังยังสามารถดึงพนักเท้าแขนเพื่อเพิ่มเติมความสบายยามเดินทางไกล ใต้พนักเท้าแขนยังมีแผ่นพลาสติกสีดำที่สามารถดึงออกมาเป็นที่ีวางแก้วน้ำได้อีกด้วย เบาะหลังที่นั่งสบายบวกกับช่วงล่างนุ่มๆ ในโมเดลซีดานขนาดกลางของ Mercedes Benz คันนี้จะทำให้คนนั่งรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะมากกับท่านที่ไม่นิยมขับรถด้วยตัวเองรวมถึงผู้บริหารระดับสูงที่ต้องเดินทางไปประกอบธุรกิจตลอดเวลา

เมื่อขบวนรถทดสอบ ของ Mercedes Benz วิ่งเข้าสู่เส้นทางบ้านบึง แกลง ซึ่งเป็นทางหลวงสายหลักที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดชลบุรีกับจังหวัดระยอง รถบนถนนหนทางในช่วงนี้เริ่มน้อยลงเนื่องจากเป็นวันอังคาร Kingsley ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ The Nation ลองทดสอบหาอัตราเร่งและความเร็วในระดับเดินทางไกลรวมถึงการทรงตัวยามหักพวงมาลัยเพื่อเปลี่ยนทิศทางรถ Mercedes Benz E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE สีทองแบบอาเสี่ยเยาวราชคันนี้มีระบบบริหารเชื้อเพลิงสองรูปแบบ โดยสมองกล ECU ซึ่งเป็นกล่องควบคุมจะทำการปรับการใช้เชื้อเพลิงแบบแก๊ส NGV และจะใช้ไปจนกว่าปริมาณแก๊สในถังใกล้หมดลง ระบบจะตัดไปใช้เชื้อเพลิงซึ่งเป็นน้ำมันเบนซินโซฮอล์ 95 เพื่อการใช้เชื้อเพลิงทั้งสองแบบอย่างคุ้มค่า โหมดการปรับจะอยู่ที่ชุดเซนเซอร์ของตัวรถ ซึ่งจะทำการปรับเปลี่ยนแบบอัตโนมัติและสามารถแสดงผลบนจอใจกลางหน้าปัด เพื่อแจ้งให้ผู้ขับขี่รับรู้ถึงปริมาตรของเชื้อเพลิงทั้งสองแบบ คำนวณระยะทางการวิ่งทั้งจากแก๊ส และน้ำมันเชื้อเพลิง จึงสามารถวิ่งใช้งานทางไกลด้วยความมั่นใจว่า เชื้อเพลิงทั้งสองแบบจะช่วยเพิ่มระยะทางของการวิ่งทางยาวๆ ได้เกือบ 1,000 กิโลเมตรเลยทีเดียว

ที่ความเร็วเดินทางในระดับ 140-160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาการของเจ้า E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE ยังคงมั่นคงดีในการยึดเกาะกับผิวถนนบนทางหลวงจังหวัดชลบุรีเชื่อมต่อระยอง แม้ช่วงล่างแบบมัลติลิงก์ของมันจะส่ออาการนิ่มนวลจนเกินงาม แต่รถคันนี้มีระบบรองรับที่ถูกออกแบบให้นั่งโดยสารได้อย่างสบาย รอยต่อของถนน คอสะพาน ไม่สร้างปัญหาในการทรงตัวมากนักเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูงในระดับ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความนิ่มของช่วงล่างที่มากกว่า BMW Serries 5 โมเดล F10 คู่แข่งสำคัญในตลาดรถซีดานขนาดกลางระดับพรีเมี่ยมทำให้ได้ใจคนชอบสบาย และเหล่าผู้บริหารสูงวัยไปแบบเต็มๆ ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่มีมาให้ สามารถรองรับการใช้งานและเพิ่มความสะดวกได้ดี รูปแบบของห้องโดยสารในสไตล์ของค่ายตราดาวมีความหรูบวกงานตัดเย็บพวกหนังแท้ และชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติกเช่น ปุ่ม สวิตช์ต่างๆ ออกแบบให้บิดจับ หมุนหรือกดโดยใช้ผิวสัมผัสและวัสดุเกรดสูงทั้งสิ้น งานประกอบคอนโซล ซุ้มเกียร์ ชุดควบคุมอุณหภูมิ เครื่องเสียง ล้วนแล้วแต่มีความประณีตในระดับสูงสุด ซึ่งเป็นไปตามลักษณะของแบรนด์ตราดาวจากเยอรมนี ผู้ผลิตยานยนต์คุณภาพมาช้านานกว่า 100 ปีแล้ว

ขบวนรถทดสอบของ Mercedes Benz Thailand Limited. จอดแวะทานข้าวเที่ยงที่ร้านอาหารตำนานป่า แล้วออกเดินทางต่อไปยังโรงแรม X2 ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางอ่าวไข่ของจังหวัดระยองโดยเหลือระยะทางวิ่งอีก 30 กิโลเมตร ผมจึงเข้ามารับหน้าที่ขับขี่ต่อจาก Kingsley ซึ่งย้ายไปนั่งวางมาดผู้บริหารระดับสูงอยู่ในตำแหน่งเบาะหลัง จากการที่ผมได้เคยควบเจ้า C-Class C250 CGI ไปเมื่อปี 2010 ความคุ้นเคยในห้องโดยสารและสภาพการขับขี่ควบคุมรถ Mercedes ซึ่งเป็นความทรงจำเก่าๆ เริ่มฉายภาพเข้ามาในสมองอีกครั้ง รถ Benz ทุกโมเดลจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ทั้งสีของเบาะ คอนโซล หน้าปัดและอุปกรณ์ตลอดจนกลิ่นของหนังแท้เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มียนตรกรรมค่ายใดเสมอเหมือน มันคือจักรกลตราดาวที่ถูกพัฒนามาเพื่อรองรับการขับขี่ใช้งานโดยเน้นไปที่ ความหรูหรามีระดับ มากกว่าที่จะเน้นไปในเรื่องของ Performance อย่างค่าย BMW ช่วงล่างที่นิ่มนวลทำให้ Character หรืออารมณ์ในการควบคุมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ค่าย Mercedes Benz มีความถนัดมากในการพัฒนารถยนต์ที่ส่งถ่ายความสะดวกสบายบนความหรูหรายามใช้งาน มันได้รับความนิยมสูงในกลุ่มลูกค้าระดับบนที่เน้นเรื่องแบรนด์เป็นสำคัญ ภาพลักษณ์ที่ดูดีในการครอบครอง ตลอดจนการวิ่งไปในที่ต่างๆ จะมีความแปลกแยกจากยนตรกรรมทั่วไปอย่างชัดเจนจาก ค่านิยมของคนไทย

โดยภาพรวมแล้ว E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE เป็นรถที่เหมาะสมมากกับสภาวะในปัจจุบัน เนื่องจากสาเหตุหลักใหญ่นั่นก็คือราคาค่าตัวของเชื้อเพลิงทั้งเบนซิน และดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นโดยไม่มีวันที่จะกลับมาถูกลงเหมือนเดิมอีกแล้ว ถังแก๊ส 3 ถังขนาด 19.5 กิโลกรัม เมื่อผมลองคำนวณการใช้งานในการวิ่งจากกรุงเทพฯไปถึงจังหวัดระยอง แก๊ส NGV ก็หมดถังพอดี และได้ระยะทาง 255 กิโลเมตรโดยประมาณ และยังคงเหลือน้ำมันเชื้ิอเพลิงเต็มถังให้ขับกลับอีกด้วย การขับทดสอบในครั้งนี้ เป็นการขับขี่แบบปกติทั่วไป ซึ่งค่อนข้างจะใช้ความเร็วกันพอสมควร รวมถึงการกดคันเร่งแบบจมมิดเพื่อหาอัตราเร่ง ไม่ใช่การขับขี่ทดสอบที่เน้นในเรื่องของความประหยัดที่ต้องวิ่งปิดแอร์ ปิดกระจกที่ความเร็วเฉลี่ย 60 กิโลเมตรไปตลอดทางเหมือนอย่างบางค่าย มันเป็นการขับทดสอบเจ้า E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE แบบมนุษย์ปกติทั่วไปที่ขับรถเดินทางไกล จึงมีทั้งการเร่งแซง การกดแช่คันเร่งไฟฟ้าที่ความเร็วสูงเป็นระยะเวลานานๆ เพื่อไล่ตามขบวนรถทดสอบให้ทัน รวมถึงการจอดเดินเบาเพื่อถ่ายรูปและเปิดระบบปรับอากาศตลอดเส้นทาง ตัวเลขการใช้แก๊ส NGV จึงยังคงห่างจากตัวเลขจริงที่ Benz เคลมมาให้อยู่บ้าง

เครื่องยนต์ 1.8 ลิตรเบนซิน ติดตั้งระบบอัดอากาศแบบซุปเปอร์ชาร์จให้อัตราเร่งพอใช้ได้ ไม่ช้าจนเกินไปหรือพุ่งทะยานเป็นจรวดจนอาจก่อให้เกิดอันตรายเมื่อกระทืบคันเร่งแบบกดมิดยามออกตัวจากสัญญาณไฟจราจร ระบบส่งกำลังซึ่งใช้เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดในโหมดปกติ มีประสิทธิภาพมากพอในการถ่ายเทแรงบิดระดับ 240 นิวตันเมตรไปยังล้อคู่หลัง มันหมดจดและนิ่มนวลมากเมื่อทดเกียร์ขึ้น-ลง จนแทบจะไม่รู้สึก ขากลับในวันรุ่งขึ้นเมื่อต้องบรรทุกผู้โดยสารและสัมภาระแบบเต็มคันรถก็ยังวิ่งใช้ความเร็วในระหว่างการออกตัวได้ดี อาจช้ากว่าเดิมบ้างเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับเฉื่อยชาจนน่ารำคาญเนื่องจากน้ำหนัก บรรทุกที่เพิ่มมากขึ้น บนเส้นมอเตอร์เวย์ขากลับช่วงชลบุรีที่ผิวถนนถูกลาดยางมาใหม่และมีความเรียบสม่ำเสมอกัน มันเนียนและวิ่งได้นุ่มจนแทบจะเหมือนกับการนั่งไปบนพรมเลยทีเดียวจากการคำนวณค่าในเรื่องของการกระจายน้ำหนักที่ไม่เป็นรองแบรนด์หรูค่ายใดๆทั้งสิ้น แต่ที่ความเร็วสูงกว่า 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พวงมาลัยจะให้ความรู้สึกที่เบามากขึ้น หากได้ล้อขนาด 19 นิ้ว บวกยางเจ๋งๆสักสี่เส้นพร้อมโช้คอัพและสปริงแต่ง การควบเจ้า E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE ที่ย่านความเร็วสูงกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะให้ความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น

ไม่เพียงแต่ Mercedes Benz จะเป็นแบรนด์ลักซ์ชัวรี่รายแรกของประเทศไทยที่บุกเบิกรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล หรือที่เราเรียกกันว่า CDI (Common Rail Direct Injection) ในปี 2001 Mercedes Benz ยังเป็นแบรนด์รถหรูที่นำเทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยแก๊สมาเปิดตลาดใน ประเทศไทยเป็นครั้งแรกในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ปี 2006 ด้วย ซึ่งประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมอย่างสูง เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่ได้รับการติดตั้งด้วยอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน จึงทำให้สามารถรองรับน้ำหนักของถังแก๊สได้อย่างพอเพียง ส่งผลให้รถยนต์เต็มเปี่ยมไปด้วย กำลังเครื่องยนต์ไม่ตกหรือกระตุกระหว่างเปลี่ยนการใช้สลับโหมด สำหรับ Mercedes Benz E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE ติดตั้งด้วยถังแก๊สที่ผลิตจากเหล็กกล้าแข็งแกร่งทนทานเป็นพิเศษจำนวน 3 ถัง มีความจุรวม 19.5 กิโลกรัม (วิ่งได้ระยะทางประมาณ 360 กม.*) รวมน้ำมันเต็มถังอีก 80 ลิตร (วิ่งได้ระยะทางประมาณ 1,000 กม.) นอกจากนั้นยังสามารถเติมน้ำมัน E20 ได้อีกด้วยโดยระบบจะสลับโหมดการใช้ก๊าซและน้ำมันเองโดยอัตโนมัติในกรณีที่เชื้อเพลิงอย่างใดอย่างหนึ่งหมดก่อน

E 200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE มีมิติตัวถังความกว้างที่ 1,854 มม. ยาว 4,868 มม. และสูง 1,470 มม. มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบแบบซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ขนาด 1,796 ซีซี ให้กำลัง 120 กิโลวัตต์ 163 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที ให้แรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร ที่ 3,000-4,000 รอบต่อนาที มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. โดยใช้เวลา 10.4 วินาที ให้ความเร็วสูงสุด 224 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 8.1-8.5 ลิตรต่อระยะทาง 100 กม.อัตราสิ้นเปลืองแก๊ส 5.5 กก.ต่อระยะทาง 100 กม. ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงจากเดิมถึง 20% หรือคิดเป็นอัตราเพียง 149 กรัม/กม. ซึ่งคิดเป็นค่าแก๊สเท่ากับ 47 บาท หรือ 47 สตางค์ต่อ 1 กิโลเมตร หากเติมเต็มครบทั้ง 3 ถัง (19.5 กิโลกรัม หรือ 121.5 ลิตร) คิดเป็นเงิน 162 บาท สามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 355 กิโลเมตร

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ระบบความปลอดภัยภายใต้มาตรฐานของ Mercedes Benz เช่น ระบบปกป้องก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE®, ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ATTENTION ASSIST, ระบบเบรก ABS, โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (ASR), ถุงลมนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า ม่านถุงลมนิรภัยสำหรับผู้โดยสารทั้ง 4 ตำแหน่ง ถุงลมนิรภัยบริเวณสะโพก ถุงลมนิรภัยด้านข้างหมอนรองศีรษะพร้อมระบบป้องกันอันตรายที่ต้นคอ (NECK-PRO head restraints) และฝากระโปรงหน้าแบบ active bonnet ที่จะยกตัวขึ้นเมื่อเกิดการชนเพื่อป้องกันคนเดินเท้า

ลองไปขับขี่ทดสอบด้วยตัวของคุณเองหากสนใจเจ้ายนตรกรรมประหยัดพลังงานจากค่ายตราดาวคันนี้ ค้นหาดูว่าสมรรถนะและประสิทธิภาพโดยรวมของมันตรงกับความต้องการของคุณหรือไม่ แต่สำหรับผมแล้ว นี่คือจักรกลซีดานระดับพรีเมี่ยมที่มีความน่าสนใจอีกคันในกลุ่มรถแบรนด์หรูหราราคาสูง ดาวดวงใหม่ที่คุณซื้อเป็นของขวัญให้ตัวเองหลังจากการทำงานหนักมาทั้งปีคือ สิ่งที่ดีที่สุดในการเลือกซื้อรถยนต์ของช่วงสิ้นปีนี้ และมันจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน.

Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom

ทดลองขับ MERCEDES BENZ E200 NGT (ตอนที่ 1)

January 5th, 2012

MERCEDES BENZ E200 NGT

ทดสอบเต็มรูปแบบกับ Mercedes Benz E200 NGT (Natural Gas Technology) ยนตรกรรมซาลูนระดับพรีเมี่ยมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้ได้ทั้งน้ำมันเบนซิน และแก๊ส NGV…

ปัจจุบัน ก๊าซธรรมชาติเป็นพลังงานที่ยอมรับในระดับสากลว่าเป็นหนึ่งในพลังงานทางเลือก ที่เหมาะสมสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงของยานยนต์ ซึ่งในวงการวิศวกรรมยานยนต์คุ้นเคยกันดีในชื่อ ก๊าซธรรมชาติหรือ NGV – Natural Gas Technology For Vehicies ซึ่งมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าก๊าซธรรมชาติอัด CNG – Compressed Natural Gas

จากการค้นคว้าและวิจัยในวงการยนตรกรรมพบว่า ก๊าซ NGV เป็นเชื้อเพลิงที่มีความปลอดภัยสูงในการใช้งานเมื่อเทียบกับน้ำมันเชื้อเพลิงแบบเบนซิน ดีเซล หรือแม้แต่ก๊าซ LPG ที่ใช้ในการหุงต้มอาหาร เนื่องจากก๊าซ NGV มีมวลที่เบากว่าอากาศ และมีความไวไฟน้อยกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่นในกรณีที่เกิดการรั่ว ก๊าซจะกระจายตัวและลอยขึ้นสู่ที่สูง ฟุ้งกระจายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว และเนื่องจากก๊าซ NGV มีค่าออกเทนสูงถึง 120 RON ซึ่งสามารถผสมกับอากาศได้ดี จึงช่วยให้การเผาไหม้ในเครื่องยนต์เป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบมากกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น นอกจากนั้น ราคาจำหน่ายของก๊าซ NGV ยังมีราคาที่ถูกกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของรถยนต์ที่เลือกใช้ยนตรกรรมที่สามารถรองรับการใช้เชื้อเพลิง NGV ประหยัดค่าน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากถึง 40-60 % และสะดวกมากยิ่งขึ้นในการเติมก๊าซ ด้วยสถานีบริการ NGV กว่า 400 แห่ง กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด ครอบคลุมเส้นทางหลักหรือทางหลวงจังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย

Mercedes Benz ค่ายรถแบรนด์หรูหราระดับพรีเมี่ยมของเยอรมนี นับเป็นบริษัทผู้ผลิตยนตรกรรมเจ้าแรกๆ ที่บุกเบิกพัฒนา วิจัย และทดสอบเครื่องยนต์แบบดีเซลคอมมอลเรล หรือที่เรียกว่า CDI – Common Rail Direct Injection เมื่อปี 2001 บริษัท Mercedes Benz ยังเป็นแบรนด์หรูที่นำเอาเทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยแก๊สมาเปิดตลาดในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในงาน Bangkok Motor Show 2006 (บางกอกมอเตอร์โชว์ของปี 2006) ตามมาด้วยเสียงตอบรับและความสำเร็จในยอดจำหน่าย เนื่องจากได้รับความนิยมสูงในกลุ่มลูกค้าของค่ายตราดาวที่นิยมรถซีดานหรูหรา มีระดับ อุปกรณ์ที่ติดตั้งในตัวรถ Mercedes Benz ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับก๊าซ NGV ได้มาตรฐานเนื่องจากทำการติดตั้งมาจากโรงงานโดยผ่านการวิจัยและพัฒนาจากวิศวกรของ Mercedes Benz จึงทำให้ตัวรถสามารถรองรับน้ำหนักของถังแก๊สและกระจายน้ำหนักได้อย่างลงตัว ทั้งถังเชื้อเพลิงกับถังแก๊สที่ติดตั้งอยู่ภายในโครงรถ

เครื่องยนต์ มีสมรรถนะที่ดีขึ้น และทำงานได้อย่างราบเรียบไร้สิ้นซึ่งอาการกระตุกกระชากระหว่างการสลับสับ เปลี่ยนจากก๊าซไปเป็นเชื้อเพลิงเบนซิน สำหรับ Mercedes Benz E200 NGT BuleEFFICIENCY ELEGANCE ได้ติดตั้งถังแก๊สที่ผลิตขึ้นจากเหล็กกล้าที่มีความแข็งแกร่งทนทานเป็นพิเศษ จำนวน 3 ถัง (ลดลงจากรุ่นที่แล้วซึ่งมี 4 ถัง) มีความจุรวม 19.5 กิโลกรัม และสามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตร ซึ่งเมื่อรวมน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถังอีก 80 ลิตร E200 NGT BuleEFFICIENCY ELEGANCE จะวิ่งได้ระยะทางมากถึง 1,000 กิโลเมตร นอกจากนั้นเครื่องยนต์ตัวนี้ยังสามารถเติมเชื้อเพลิงแบบ E20 ได้อีกด้วย โดยระบบจะสลับโหมดการใช้ก๊าซและน้ำมันด้วยตัวเองแบบอัตโนมัติในกรณีที่เชื้อเพลิงอย่างใดอย่างหนึ่งหมดลงก่อน

Mercedes Benz E200 NGT BlueEFFICINECY ELEGANCE ยนตรกรรมหรูหราที่ผ่านการขัดเกลาในโมเดล E-Class มายาวนานมากกว่า 50 ปีแล้ว นับจากโมเดลแรกสุดจนถึงปัจจุบันรหัส W212 รูปลักษณ์ที่ปราดเปรียวสง่างามเกิดจากขั้นตอนการออกแบบที่มุ่งเน้นไปที่ความสะดวกสบายในการใช้งานเป็นสำคัญ เมื่อมองจากด้านหน้าจะพบว่ากระจังหน้าและไฟหน้าแบบแยกชิ้นมีความกลมกลืนของเส้นสายที่ตัดกันอย่างลงตัว กระจังหน้าโครเมี่ยมทรงห้าเหลี่ยม ไฟหน้าแบบแยกชิ้นซึ่งภายในกรอบไฟหน้าแบบโพลิเมอร์ใสมีไฟโปรเจกเตอร์ ชุดสปอยเลอร์ชิ้นใหญ่คลุมไปจนถึงแนวของฝากระโปรงหน้า ส่วนไฟตัดหมอกเปลี่ยนจากไฟ LED Daylight Runing มาเป็นไฟตัดหมอกทรงกลมข้างละสองดวงรวมเป็นสี่ดวงซึ่งคล้ายกับไฟตัดหมอกที่เป็นชุดแต่งของ Carlson ใต้กระจังหน้ามีตะแกรงพลาสติกสีดำ ทำหน้าที่รับอากาศเข้าไประบายความร้อนร่วมกับกระจังหน้าทรงห้าเหลี่ยมให้กับเครื่องยนต์ ฝากระโปรงมีแนวโค้งที่สอดประสานไปกับชุดไฟหน้าได้อย่างกลมกลืนโดยยกแนวสันนูนขึ้นเล็กน้อยบริเวณกึ่งกลางเพื่อเน้นมิติของแสงเงา

รูปทรงด้านข้างของ E200 NGT BlueEFFICINECY ELEGANCE ใช้แนวเส้นสันคมๆ ลากจากแก้มข้างไปจนจรดกับเสาหลังผ่านแนวของมือจับที่เปิดบานประตู เสาหน้ามีความลาดเอียงเล็กน้อย ส่วนชายล่างของบานประตูทั้งสี่ใช้เส้นโครเมี่ยมกันกระแทกคาดยาวตลอดตั้งแต่ ซุ้มล้อหน้าไปจนถึงซุ้มล้อด้านหลัง กระจกมองข้างมีเลนส์ไฟเลี้ยวติดตั้งอยู่ภายในซึ่งหลอดไฟเลี้ยวของ E200 NGT เป็นหลอดไฟแบบ LED ล้ออัลลอยลายสิบก้านคู่ ขนาด 17 นิ้ว ห่อรัดเอาไว้ด้วยยาง Michelin รุ่น Pilot Preceda ไซส์ 245/45/R17 95W ซึ่งเป็นยางรถยนต์แบบซีดานสมรรถนะสูง

บั้นท้ายใน โมเดล W212 ของ E-Class ตัวใหม่ล่าสุดถูกปรับเปลี่ยนไฟท้ายใหม่หมด โดยหันไปใช้ไฟท้ายทรงยาวแทนที่ไฟท้ายทรงสามเหลี่ยมจากที่เคยใช้กันมานานหลาย รุ่นก่อนหน้านี้ ไฟท้ายทรงยาวของ New E-Class ถูกออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับฝาท้ายที่มีแนวสันนูนตรงกลาง เหนือตำแหน่งติดตั้งแผ่นป้ายทะเบียนมีชิ้นงานพลาสติกโครเมี่ยมคาดกลาง สปอยเลอร์หลังแบบเรียบๆ พร้อมกับท่อระบายไอเสียสเตนเลสทรงกลมเดี่ยวๆ วางตำแหน่งอยู่ใต้ชายล่างของชุดสปอยเลอร์หลัง ส่วนไฟเบรกดวงที่สามติดตั้งอยู่ด้านในของกระจกบานหลังในตำแหน่งกึ่งกลางโดย ใช้หลอด LED อยู่ในกรอบพลาสิกสีแดงซึ่งออกแบบให้เห็นได้อย่างชัดเจนเพื่อความปลอดภัย

ภายในห้องโดยสารของ E200 NGT BlueEFFICINECY ELEGANCE มีสิ่งที่โดดเด่นมากที่สุด นั่นก็คือตำแหน่งของการนั่งขับขี่ควบคุมซึ่งถูกแผนกออกแบบของ Mercedes Benz บรรจงใส่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกโดยมุ่งเน้นไปที่คนขับเป็นพิเศษ เบาะนั่งทุกตำแหน่งหุ้มด้วยหนังแท้คุณภาพสูง ตัดเย็บด้วยงานฝีมือในระดับที่ประณีตสูงสุด เบาะคู่หน้าปรับตั้งท่าทางด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมบันทึกตำแหน่งท่านั่งได้สามระดับ ส่วนเบาะของผู้โดยสารตอนหลังมีสามที่นั่ง พร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติในทุกตำแหน่ง ใต้เบาะคู่หน้ายังมีช่องเก็บของกระจุกกระจิก โทนสีภายในของ Mercedes Benz E200 NGT เน้นไปที่ความสุขุมนุ่มลึกโดยใช้คอนโซลสีดำเพื่อลดแสงสะท้อนยามต้องขับขี่ ท่ามกลางแสงแดด ส่วนตัวเบาะและแผงประตูในรถคันทดสอบใช้สีน้ำตาลอ่อน บวกกับลายไม้สีเข้มที่คาดกลางชุดคอนโซล แผงประตูก็ยังมีงานลายไม้คาดกลางกับมือจับประตูที่หุ้มหนังแท้โดยโชว์การเย็บด้วยตะเข็บด้ายสีขาวเช่นเดียวกับเบาะนั่งทุกตำแหน่ง

คอนโซลกลางมีจอแสดงผลขนาด 6 นิ้ว ช่องแอร์ทรงเหลี่ยมใช้งานพลาสติกที่ทำออกมาให้ดูคล้ายกับอลูมินัมอัลลอยสีเงิน ชุดเครื่องเสียงแบบดิจิตอล ใช้งานร่วมแกนกับจอแสดงผล มีช่องใส่แผ่น CD/DVD/MP3 ได้ถึง 6 แผ่น ต่ำลงมาจากชุดเครื่องเสียงบนคอนโซลกลางเป็นที่อยู่ของชุดควบคุมอุณหภูมิแบบดิจิตอล ซุ้มเกียร์ล้อมกรอบด้วยงานลายไม้พร้อมช่องจุดบุหรี่และชิ้นงานอัลลอยทรงเหลี่ยมที่เน้นความหรูหราน่าใช้งาน หัวเกียร์ออโต้หุ้มด้วยงานไม้และหนัง พร้อมถุงหนังแท้สีน้ำตาลเข้มที่ใช้ห่อหุ้มคันเกียร์ ถัดจากซุ้มคันเกียร์เป็นปุ่มควบคุมและสั่งงานโหมดต่างๆ ของตัวรถที่คล้ายกับสวิตช์ I-Drive ของ BMW แต่มีขนาดที่เล็กกว่าและใช้งานได้ง่ายกว่า เนื่องจากมีโปรแกรมการสั่งงานไม่สลับซับซ้อนเท่ากับปุ่ม I-Drive ของ BMW พนักเท้าแขนถูกออกแบบให้ภายในเป็นช่องเก็บของพวกแผ่น CD และที่ใส่แก้วน้ำซึ่งกลายเป็นของจำเป็นสำหรับยนตรกรรมทุกคันในยุคนี้

วงพวงมาลัยแบบสี่ก้าน หุ้มหนังแท้จับได้อย่างกระชับมือ มีสวิตช์มัลติฟังก์ชั่นมาให้ปรับแต่งเครื่องเสียง รับหรือวางโทรศัพท์ไร้สายแบบ Bluetooth ส่วนการปรับตั้งระบบตั้งความเร็วแบบอัตโนมัติหรือ Cruise Control หน้าปัดวัดความเร็วถูกออกแบบให้อยู่ในตำแหน่งใจกลางเพื่อให้อ่านค่าได้ง่าย มีตัวเลขความเร็วถึง 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่วิ่งจริงคงไม่ถึง ส่วนหน้าปัดวัดรอบเครื่องยนต์อยู่ทางขวามือ มีตัวเลขให้มาถึง 8,000 รอบต่อนาที หน้าปัดด้านซ้ายมือเป็นนาฬิกาแบบดิจิตอลแต่ใช้รูปแบบเป็นเข็มเพื่อความคลาสสิก ผ้าหุ้มหลังคาโทนสีน้ำตาลอ่อนซึ่งเป็นสีเดียวกันกับตัวเบาะในรถคันทดสอบช่วยทำให้แสงและเงาของห้องโดยสารเจ้า New E-Class NGT มีความนุ่มละมุนมากขึ้นจากการเลือกใช้เฉดสีและวัสดุอุปกรณ์ภายในที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างกลมกลืนมากที่สุดแล้ว

เครื่องยนต์ ของ New E-Class NGT เป็นเครื่องยนต์ 4 กระบอกสูบ 16 วาล์ว พร้อมชุดคอมเพรสเซอร์ ปริมาตรความจุ 1,796 ซีซี มีเรี่ยวแรงถึง 163 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที ส่วนแรงบิดอยู่ในระดับ 240 นิวตันเมตรที่ 3,000-4,000 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อมด้วยระบบเปลี่ยนเกียร์แบบ One-Touch Shift ควบคุมการทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ขับสามารถเลือกโหมดการทำงานของเกียร์ได้ 2 รูปแบบคือโหมด E สำหรับการขับขี่แบบประหยัดและโหมด S สำหรับการขับขี่แบบสปอร์ต อัดจาก 0-100 กิโลเมตรได้ใน 10.4 วินาที และมีความเร็วปลายคันเร่งที่ 224 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เกินพอสำหรับถนนหนทางในประเทศไทย ส่วนอัตราการสิ้นเปลืองทั้งก๊าซและเชื้อเพลิงมีตัวเลขดังนี้

–น้ำมันเบนซิน……………………เฉลี่ย 8.1-8.5 นอกเมือง 6.1-6.6 ในเมือง
–ก๊าซ………………………………..เฉลี่ย 5.5 นอกเมือง 4.2 ในเมือง
–อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลิตรต่อ 100 กิโลเมตร =11.5-11.8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (ในเมือง)
–อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลิตรต่อ 100 กิโลเมตร = 6.1-6.6 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (นอกเมือง)

ติดตามอ่าน ทดลองขับ Mercedes Benz E200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE ได้ในตอนต่อไปครับ

Mercedes Benz E200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE Specifications
แบบ…………………………………………..ซีดาน 4 ประตู
ผู้ผลิต…………………………………………Mercedes Benz AG เยอรมนี
เครื่องยนต์………………………………….เบนซินแถวเรียง 4 สูบ DOHC รหัส M271
ลักษณะการวางเครื่องยนต์……………เครื่องยนต์วางด้านหน้า-ขับเคลื่อนล้อหลัง
วาล์ว………………………………………….4 วาล์วต่อ 1 กระบอกสูบ = 16 วาล์ว
ปริมาตรความจุ……………………………1.8 ลิตร -1,796 ซีซี
กระบอกสูบxช่วงชัก………………………82.0 มิลลิเมตร x 85.0 มิลลิเมตร
Specific torque…………………………….133.63 Nm/litre
Unitary capacity…………………………..449 cc per cylinder
ระบบส่งกำลัง………………………………เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อมด้วยระบบเปลี่ยนเกียร์แบบ One-Touch Shift ควบคุมการทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
แรงม้าสูงสุด………………………………..163 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด……………………………….240 นิวตันเมตรที่ 3,000-4,000 รอบต่อนาที
อัตราเร่ง……………………………………..0-100 กิโลเมตรใน 10.4 วินาที
ความเร็วสูงสุด…………………………….224 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ระบบอัดอากาศ……………………………ซุปเปอร์ชาร์จ
ระบบระบายความร้อน…………………..น้ำในหม้อน้ำ พัดลมระบายความร้อนแบบแปรผัน
ระบบรองรับ…………………………………มัลติลิงก์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ล้อ และยาง…………………………………..อัลลอยลาย 10 ก้านคู่ขนาด 17 นิ้ว ยาง Michelin รุ่น Pilot Preceda ไซล์ 245/45/R17 95W ทั้งสี่ล้อ
ระบบเบรก…………………………………..ดิสเบรกทั้ง 4 ล้อ พร้อม ABS EBD BA
มิติตัวถัง
ความกว้าง…………………………………..1,854 มิลลิเมตร
ความยาว…………………………………….4,868 มิลลิเมตร
ความสูง………………………………………1,472 มิลลิเมตร
ความจุถังเชื้อเพลิง………………………..80 ลิตร
ความจุถังแก๊ซ………………………………19.5 กิโลกรัม รวม 3 ถัง
ราคาในประเทศไทย……………………..Mercedes Benz E200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE 3,549,000 บาท

Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom

ตัวลุยสุดหล่อ NEW SUBARU XV 2.0i-S

January 5th, 2012

NEW SUBARU XV 2.0i-S

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ทั้งที่โตเกียวมอเตอร์โชว์ 2011 และ มหกรรมยานยนต์ มอเตอร์เอ็กซ์โป 2011 กับยนตรกรรม Crossover คันล่าสุดของค่าย Subaru ที่พกพาสมรรถนะและความหล่อมาแบบเต็มพิกัด มันคือสุดหล่อตัวเล็กจอมลุย Subaru XV 2.0i-S

วันที่ 8 ธันวาคม 2554 ภายในงานแสดงรถยนต์ มหกรรมยานยนต์หรือ Motor Expo 2011 บริษัท Motor Image ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Subaru ในประเทศไทยทำการเปิดผ้าคลุมรถ Crossover รุ่นใหม่ล่าสุด Subaru XV ตัวลุยขนาดกะทัดรัดที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยช่วงกลางปีหน้า (2555) พร้อมพกพาสมรรถนะในการขับเคลื่อนที่ไม่เป็นรองค่ายใด กับประโยชน์ใช้สอยและรูปทรงที่ดุดันโดนใจวัยแรง ด้วยขนาดที่กำลังดีไม่ใหญ่โตจนเกินไป รวมถึงสิ่งที่โดดเด่นของค่ายรถเจ้าของสัญลักษณ์หมู่ดาว นั่นคือระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อตลอดเวลาหรือ Subaru AWD

การเปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้งานแสดงรถยนต์ครั้งยิ่งใหญ่ในช่วงปลายปี ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เรียกร้องความสนใจจากสื่อมวลชนและกลุ่มลูกค้าสาวกผู้จงรักภักดีต่อแบรนด์ Subaru ได้เป็นอย่างดี หลังจากการเปิดตัวไปแล้ว รถ Subaru XV Compect-Crossover คันนี้จะเริ่มต้นเดินสายการผลิต ภายในโรงงานประกอบรถยนต์ของบริษัท Subaru TCMA ในประเทศมาเลเซีย ตามข้อตกลงในความร่วมมือกันระหว่างบริษัท Subaru Tanjong Motor กับบริษัท Fuji Heavy Industries Ltd. เพื่อดำเนินงานประกอบตัวรถ Subaru XV Compect-Crossover ที่ประเทศมาเลเซีย โดยไลน์การผลิตจะเริ่มต้นที่รุ่น XV 2.0i เป็นโมเดลแรกสุด ทั้งนี้ รถ Subaru XV2.0i-S จะเริ่มต้นสายการผลิตภายในเดือนตุลาคม 2555 เพื่อส่งออกจำหน่ายในประเทศมาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย ผ่านตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Subaru ในเครือข่ายของตันจงกรุ๊ป สำหรับในประเทศไทยนั้น บริษัท Motor Image ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Subaru ในประเทศไทย จะเริ่มต้นเปิดให้ลูกค้าจองรถ Subaru XV2.0i-S ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป ที่โชว์รูมรถยนต์ Subaru บนถนนเสรีไทย รวมถึงตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตในกรุงเทพมหานคร

Subaru XV Compect-Crossover ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อการใช้งาน สำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบแบรนด์ Subaru โดยใช้จุดเด่นเช่น

1.รูปลักษณ์ที่ปราดเปรียวแข็งแกร่ง เล็กกะทัดรัดไม่ใหญ่โตเทอะทะ

2.สมรรถนะของการขับขี่ควบคุมไม่เป็นรอง Crossover ค่ายใด

3.ระบบความปลอดภัยได้มาตรฐาน

4.ห้องโดยสารและพื้นที่ใช้สอยถูกออกแบบให้กว้างขวางแม้ตัวถังจะมีขนาดกะทัดรัด

5.สมรรถนะในการขับขี่และอุปกรณ์ภายในครบครันเพื่อการขับใช้งานในเมืองหรือเดินทางไกล

รถ Subaru XV วางเครื่องยนต์ Boxer สูบนอนยันรุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งถูกพัฒนามาเพื่อสร้างอัตราเร่งในรอบเครื่องยนต์ต่ำช่วงออกตัวได้ดีขึ้น ให้แรงบิดสูงแม้จะอยู่ในรอบเครื่องยนต์ต่ำและตัวรถมีความเร็วต่ำ เครื่องยนต์สูบนอน Boxer แบบแถวเรียงนับเป็นเครื่อง Boxer 2.0 ลิตรในเจเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งถูกออกแบบมาให้มีช่วงชักของลูกสูบยาวขึ้นเพื่อลดอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ผสมผสานกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาแบบ Symestrical AWD เอกสิทธิ์เฉพาะของค่ายหมู่ดาว ทำให้เจ้า Subaru XV ให้ประสิทธิภาพและเสถียรภาพในระหว่างการขับขี่ที่ไม่เป็นรอง Crossover ของค่ายใด

เครื่องยนต์ Boxer สูบนอนแบบดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป DOHC ปริมาตรความจุ 2.0 ลิตรตัวใหม่นี้ มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบล่าสุดหรือ Lineartronic CVT ซึ่งเป็นระบบส่งกำลังแปรผันต่อเนื่อง Continuous Variable Transmission ซึ่งเกียร์ลูกนี้จะมีสมรรถนะที่โดดเด่นกว่าเกียร์อัตโนมัติรุ่นอื่น ทั้งในเรื่องของการส่งถ่ายแรงบิดไปยังเพลาขับ รวมถึงประสิทธิภาพโดยรวมของการใช้งานในทุกสภาพเส้นทาง มันถูกออกแบบปรับทดมาให้ขับขี่ได้อย่างเร้าใจ ส่วนระบบควบคุมวาล์วแบบก้าวหน้าหรือ Active Valve Control System AVCS ถูกวิศวกรของ Subaru พัฒนาร่วมกับเครื่องยนต์ ช่วยเพิ่มแรงบิดรอบต่ำได้ดี ให้อัตราเร่งที่ดี ไม่รอรอบ ไม่ว่าจะออกตัวหรือขับขี่ท่ามกลางสภาพถนนในทุกสภาวะ

จุดศูนย์ถ่วง ของตัวรถที่ต่ำกว่าปกติจากการวางเครื่องยนต์แบบ Boxer สูบนอน (ต่ำกว่าเครื่องยนต์แถวเรียงแบบปกติถึง 110 มิลลิเมตร) ทำให้การยึดเกาะกับพื้นผิวถนน การเลี้ยว และประสิทธิภาพของการทรงตัวในทุกย่านความเร็วดีขึ้นกว่ารถแบบ Crossover ทั่วๆ ไป ห้องโดยสารมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ พื้นที่ใช้สอยพอเพียงต่อการโดยสารและขนสัมภาระจากรูปแบบ 5 ประตูของเจ้า XV เบาะทุกตำแหน่งนั่งสบาย มีพื้นที่ีในการวางเท้าอย่างเหลือเฟือ ส่วนตำแหน่งท่านั่งในการขับขี่ควบคุมสามารถปรับระดับความสูงของตัวเบาะได้ หลากหลาย คอยพบกับ All New Subaru XV 2.0i-S ได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2555 ที่จะถึงนี้ ในโชว์รูมของบริษัท Motor Image ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Subaru แห่งเดียวในประเทศไทยบนถนนเสรีไทย.

Subaru XV 2.0i-S Specifications
แบบ……………………………………..Crossover อเนกประสงค์ 5 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ
ผู้ผลิต…………………………………… Fuji Heavy Industries Japan
เครื่องยนต์…………………………….Boxer สูบนอน เพลาราวลิ้นคู่เหนือฝาสูบ DOHC
ปริมาตรความจุ……………………..1,995 ซีซี
กระบอกสูบxช่วงชัก………………..84.0 มิลลิเมตรx90.0มิลลิเมตร
วาล์ว……………………………………..4 วาล์วต่อ 1 กระบอกสูบ=16วาล์ว
อัตราส่วนกำลังอัด…………………..10.50:1
แรงม้าสูงสุด………………………….150.1 แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด………………………….196 นิวตันเมตรที่ 4,200 รอบต่อนาที
แรงม้าต่อน้ำหนัก……………………114.73 แรงม้า/ตัน
ระบบขับเคลื่อน………………………ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา AWD
ระบบส่งกำลัง…………………………Lineartronic CVT แปรผันต่อเนื่อง Continuous Variable Transmission
Specific torque………………………98.25 Nm/litre
Lubrication……………………………Wet sump
bmep…………………………………….1234.6 kPa (179.1 psi)
Unitary capacity……………………..498.75 cc per cylinder
ระบบระบายความร้อน……………..น้ำในหม้อน้ำ พัดลมไฟฟ้า
ระบบรองรับ
ด้านหน้า…………………………………แมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพ เหล็กกันโคลง
ด้านหลัง…………………………………ปีกนกแบบสองชั้น สปริง
ล้อและยาง……………………………..อัลลอยขนาด 17 นิ้ว ยาง 225/55/R17 ทั้ง 4 ล้อ
ระบบเบรก……………………………..ดิสเบรกทั้ง 4 ล้อพร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ABS 4 ทิศทางและชุดเสริมแรงเบรก EBD
มิติตัวถัง
ความกว้าง……………………………..1,780 มิลลิเมตร
ความยาว……………………………….4,450 มิลลิเมตร
ความสูง…………………………………1,615 มิลลิเมตร
ปริมาตรความจุถังเชื้อเพลิง………55 ลิตร
ราคาในประเทศไทย………………..ยังไม่กำหนด

Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom